เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น เหล่าสมาชิกห้อง 602 ก็พากันเดินกลับมาพร้อมหน้า
หลินอี้พาโจวหราน หวังลี่ และเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ กลับมาถึงหอพักนักเรียน
พอเลี้ยวเข้าชั้น ก็เห็นแต่ไกลว่าหน้าห้องตัวเองมีเงาร่างเด่นสะดุดตายืนอยู่
ชุดปฏิบัติงานสารวัตรทหาร หมวกทรงยุบ ท่วงท่าที่ยามปกติองอาจผึ่งผายหายไปหมด สภาพห่อเหี่ยวหัวตก
ที่เด่นสุดคือใบหน้า เบ้าตาบวมแดง รอยฟกช้ำเต็มแก้ม ปลายจมูกมีแผลถลอกบาง ๆ นั่นก็คือซุนเฮ่า คนที่โดนพวกเขารุมจัดการไปวันนี้
ตอนนี้เขาหมดท่าทีเคร่งขรึมยโสยามเข้าเวรแล้ว มือถือถุงผลไม้สด หยุกหยิกอยู่หน้าห้อง สีหน้าเคอะเขินและหงอยเหงา
ทุกคนชะงักเท้าพร้อมเพรียง
โจวหรานหรี่ตาลง หลบมาข้างตัวหลินอี้อย่างไม่รู้ตัว ลดเสียงพูด “พี่อี้ ทำไมมันมาอยู่นี่ล่ะ? ไอ้นี่จะมาหาเรื่องพวกเราหรือเปล่า?”
หวังลี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เกร็งทั้งตัว ใจหายวาบ บ่นพึมพำ “ซวยแล้ว มันคงไม่รู้ร่องรอย รู้ว่าเรื่องวันนี้พวกเราทำหรอกนะ?”
เพื่อนร่วมห้องคนอื่นก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในใจแอบกระวนกระวาย มีแต่หลินอี้ที่หน้านิ่ง ไม่เห็นแววกังวลแม้แต่น้อย
เขายกมือกดเบา ๆ น้ำเสียงสุขุมปลอบทุกคน “อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติ ดูว่าไอ้กระจอกนี่จะเอาอะไร ไม่แน่ใจว่ามาหยิบยื่นผลไม้ให้พวกเราจริง ๆ ก็ได้”
พูดจบ หลินอี้ก็ก้าวเท้าเข้าไปก่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง พลางเอ่ยเสียงดัง “เหี้ย! สารวัตรซุน? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เขามองสภาพหน้าช้ำตาปูดของซุนเฮ่าขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างเหลือเชื่อ “ใครทำนายมาถึงได้ขนาดนี้? ใจกล้านักนะ! กล้าลงมือทำร้ายสารวัตรที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน นี่มันตีรวนฟ้าดินแล้ว! ต้องสอบสวนให้ถึงที่สุด!”
คำพูดที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาลสมจริงสมจัง ฟังกันแล้วพากันขัดเขินจนเพื่อน ๆ แทบระเบิดขำ
ต่างคนต่างก้มหน้า ขบริมฝีปาก ไหล่กระตุกยุกยิก พยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต กลัวหลุดขำออกมาจะเป็นรอยร้าวให้จับได้
