ภายนอกจัตุรัสอินทรีทอง พระอาทิตย์กลางวันแผดเผ้า
หลินอี้และพวกอิ่มหนำสำราญ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกจากประตูห้าง
ข้างกายเหลือเพียงโจวหราน อู๋หย่ง และหวังลี่ เพื่อนร่วมห้องคนอื่นบ้างก็ไปเที่ยวที่อื่น บ้างก็เตรียมกลับหอเพื่อโทรศัพท์ เล่นมือถือ
ส่วนพวกเขาไม่มีทางยอมเสียเวลาไปกับเรื่องพรรค์นั้น กำลังจะออกไปเที่ยวต่อ
ทว่าพอพ้นประตูห้าง ย่านการค้าคึกคักผู้คนพลุกพล่าน หน้ารถติดเสียงอึกทึก แดดเปรี้ยงบนหัวเผาพื้นร้อนระอุ ไอร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าโถมเข้าใส่หน้า
"หน้าห้างคนเยอะไป รถก็เรียกยาก แถมแดดยังเปรี้ยงซะขนาดนี้" โจวหรานยกมือบังแดดแสบตา พลางขมวดคิ้วเอ่ย
หวังลี่พยักหน้าตาม "อ้อมไปข้างหลังห้างเถอะ ตรงนั้นร่มไม้เยอะ เย็นสบาย แถมรถน้อย เรียกง่าย"
ทั้งสี่ไม่ขัดข้อง เดินเลียบทางเดินข้างห้าง อ้อมไปยังเขตหลังห้างอันร่มรื่น
เพิ่งเลี้ยวหัวมุมตึก พ้นแสงแดดเผา เสียงร้องด่าทอสุดเสียดแทงก็ดังขึ้นกะทันหัน
ไอ้แก่! แกกล้าโกงฉัน?! ตาชั่งโกงนี่กะหลอกใคร!
"รีบใช้เงินมา! ไม่งั้นวันนี้ซากแผงแบบนี้อย่าหวังจะได้ตั้งต่อ!"
เสียงนั้นทำให้ทั้งสี่คนชะงักเท้า มองไปตามสัญชาตญาณ
ข้างถนนเงียบ ๆ ด้านหลังห้าง หน้าแผงผักผลไม้กระจุ๋มกระจิ๋ม มีวัยรุ่นกร้านโลกแต่งตัวฉูดฉาดไร้แก่นสารนับยี่สิบคนมุงออแน่น
พวกนี้เสื้อผ้าฉูดฉาด ท่าทางกะล่อน แต่ละคนย้อมผมสีแสบตา คาบบุหรี่ แววตากร้าวกร่าง ล้อมยายแก่ผมหงอกขาวโพลนคนหนึ่งไว้แน่นหนาราวกับกำแพงเหล็ก
บนแผงมีผักผลไม้สดใหม่ เป็นทุกอย่างที่ยายใช้หาเลี้ยงชีพ
"ฉัน...ฉันไม่ได้โกงตาชั่ง ตาชั่งของฉันมันตรงนะ มันตรงจริง ๆ"
"พ่อคุณลูกคุณ ฉัน...ฉันอายุปูนนี้แล้ว จะไปทำเรื่องอย่างนั้นได้ยังไง..."
ยายแก่พยายามแก้ตัวเสียงแผ่วเบา ราวกับอ้อนวอน
"ทำไม่ได้งั้นเหรอ? ดูท่าคงคันนักสิ!"
สองวัยรุ่นที่ยืนหัวแถวหน้าตาดุดัน โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ตรงเข้าลงมือง้างมือผลักอย่างแรง!
