“หนทางรอดหรือ?” โจวเหยียนหรูหัวเราะขื่น
“ท่านอ๋องอย่าทรงหยอกล้อข้าน้อยเลย ข้าน้อยสมคบโจรญี่ปุ่นก่อกบฏ ลักลอบขนเกราะหนัก หลักฐานแน่นหนา
กลับเมืองหลวงไปก็ต้องรับโทษประหารด้วยการเฉือนเนื้อ ทั้งยังพาล้างตระกูลสามชั่วโคตร
จะยังมีหนทางรอดอะไรอีก?”
“ใครบอกว่าใต้เท้าโจวสมคบโจรญี่ปุ่นก่อกบฏ?”
กู้ม่อหร่านมองโจวเหยียนหรูด้วยสีหน้าประหลาดใจ น้ำเสียงจริงใจราวกับกำลังมองขุนนางผู้ภักดีอย่างยิ่ง
“ใต้เท้าโจวเป็นรองเจ้ากรมการทหารฝ่ายซ้าย เมื่อทราบว่าอดีตฮองเฮากับซวงสี่ขันทีชั่วผู้นั้นคิดสมคบโจรสลัดญี่ปุ่น เชิดชูองค์ชายที่ไม่รู้ที่มาให้ขึ้นครองบัลลังก์แทนฮ่องเต้
ในใจก็ทั้งโศกเศร้าและเดือดดาล ทว่าจนใจที่พรรคขุนนางชั่วในราชสำนักมีอำนาจล้นฟ้า จึงไม่กล้าแพร่งพราย
ใต้เท้าโจวจึงจำต้องกล้ำกลืนความอัปยศ แสร้งเข้าพวกกับพรรคฮองเฮาเพื่อลอบสืบความเพียงลำพัง เดินทางไกลไปถึงทะเลตะวันออก
ถึงขั้นยอมทนทุกข์ทรมานจากควันพิษที่เหมืองเงินอิวามิ
เพียงเพื่อสืบหาที่ซ่อนเกราะหนักของกบฏทั้งห้าพันชุดในอ่าวโอซากะให้ข้ารู้!”
ใต้ท้องเรือเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงคลื่นกระทบกราบเรือ
โจวเหยียนหรูอ้าปากค้าง สมองราวกับถูกค้อนเหล็กใหญ่ฟาดจนเสียงอื้ออึง
ภายใต้เสียงพูดอันเปี่ยมพลังชักจูงของกู้ม่อหร่าน เขาถึงกับมึนงงไปทั้งคน
“ข้า... ข้ากล้ำกลืนความอัปยศหรือ?
แสร้งเข้าพวกงั้นหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!”
กู้ม่อหร่านตบต้นขาฉาด พลางชี้ไปยังถุงหลักฐานในมือทัวปาหม่าง
“หากใต้เท้าโจวไม่ได้เสี่ยงตายควักป้ายติดต่อจากพื้นรองเท้า มอบให้ข้าต่อหน้ามือสังหารจากศาลเทพ ณ เรือนพักน้ำพุร้อนถังซาน
ข้าจะยกกำลังถล่มเรือลับในอ่าวโอซากะ จับหลักฐานสำคัญที่พรรคฮองเฮาวางแผนกบฏมาได้ในคราเดียวได้อย่างไร?
