ทรายเหลืองพัดกรูเข้ามาตามประตูไม้ที่เปิดกว้างของโถงใหญ่ เสียดสีกับพื้นอิฐเขียวจนเกิดเสียงซ่า ๆ
จาซีตาวาไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เขายกเท้าขวาถีบโต๊ะไม้จันทน์ตรงหน้าจนคว่ำ
ป้าน้ำทองแดงกับถ้วยชาน้ำมันเนยใสบนโต๊ะกระแทกลงบนแผ่นศิลาเขียว น้ำชาสีขาวขุ่นที่ร้อนระอุกระเซ็นเปรอะกางเกงของเกซังไปทั้งขา
“ลงมือสิ!”
จาซีตาวากำดาบโค้งไว้แน่น กัดฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง เขาตวาดใส่หัวหน้าทหารพันคนกว่าสิบคนที่กรูกันเข้ามา
“ก่อนจะฟันข้า ลองคลำท้องตัวเองดูเสียก่อน ว่าข้างในยังมีเรี่ยวแรงอยู่หรือไม่!”
เกซังชูดาบโค้งขึ้นด้วยสองมือ กำลังจะฟันลงตามแรงส่ง ทว่าข้อมือกลับอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง
ทันใดนั้น เข่าทั้งสองข้างก็สั่นวูบ เส้นเอ็นทั่วขาขวาปวดเมื่อยชาไปหมด กระทั่งด้ามดาบแทบหลุดจากมือ
หัวหน้าทหารพันคนกว่าสิบคนที่อยู่โดยรอบต่างเปลี่ยนสีหน้า
ชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอยู่หน้าสุดเดินโซเซ ชนกันเองก่อนจะล้มก้นกระแทกเศษถ้วยชามดังโครม ต่างกุมท้องน้อยพลางหอบหายใจหืดหอบ
“บัดซบ...เจ้า!”
เกซังคุกเข่าข้างหนึ่ง ใช้ปลายดาบยันพื้นจึงพอฝืนไม่ให้ล้มลง เขาแหงนหน้าจ้องจาซีตาวา
“เจ้าวางยาพิษในชาหรือ?!”
“ถ้าข้าไม่วางยาเจ้า คืนนี้คนที่ตายบนเก้าอี้หนังเสือก็คือข้า!”
จาซีตาวาถ่มน้ำลาย เดินก้าวยาว ๆ ไปหาเกซัง แล้วใช้สันดาบตบแก้มแดงก่ำของอีกฝ่าย
“ระหว่างทางกลับจากช่องเขาทองแดง เฉินฉิงชาวฮั่นคนนั้นเอาแต่พร่ำข้างหูข้าทุกวัน
บอกว่ามีคนใกล้ตัวข้าหลายคนผิดปกติ แอบนัดพบคนนอกลับหลังข้า”
จาซีตาวาก้มมองลูกน้องที่นอนหมดเรี่ยวแรงเกลื่อนพื้น หน้าอกกระเพื่อมแรง