“ข้าได้ยินมานานแล้วว่าขุนเขาสายน้ำแห่งต้าหลี่หล่อเลี้ยงผู้คนให้ผุดผ่อง คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ยังเชี่ยวชาญการเลี้ยงกู่และปรุงเครื่องหอม เวลาออกจากบ้านต้องห้อยป้ายแสดงฐานะไว้ที่เอวเป็นพวง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านจำไม่ได้แล้วถูกลงโทษเพราะไม่คุกเข่าคารวะ”
สิ้นคำ สีเลือดบนใบหน้าของเมิ่งจิ่วหนิงก็ค่อย ๆ จางหาย นิ้วมือพลันกำปมเชือกถุงหอมแน่น
“คุณหนูล้อเล่นแล้ว แม้ต้าหลี่จะมีราชวงศ์ แต่ไม่มีกฎเช่นนี้หรอก”
“อย่างนั้นหรือ?”
กู้มั่วหลียิ้มน้อย ๆ พลางเม้มริมฝีปาก แขนเสื้อพลิ้วไหวตามข้อมือเบา ๆ
“เช่นนั้นเห็นทีข้าคงได้ยินมาไม่ถูกต้อง ข้ายังนึกว่าราชวงศ์ต้าหลี่ออกเดินทางคราใด ชาวบ้านต้องกวาดถนนจุดธูปต้อนรับเสียก่อน แม้แต่ไก่เป็ดข้างทางก็ต้องหดหัวเข้ารัง เกรงว่าจะขวางทางผู้สูงศักดิ์เสียอีก”
เมิ่งจิ่วหนิงกำถุงหอมไว้ ไม่เอ่ยตอบอีก
ผู้คนเดินเข้าออกตรงประตูหอสุ่ยสีไม่ขาดสาย เสี่ยวเอ้อประคองชามซ้อนกันเป็นตั้งเบียดผ่านข้างกายคนทั้งหลาย ขอบชามกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งต่อเนื่อง ยิ่งขับให้ความเงียบทางนี้ชวนอึดอัดขึ้นไปอีก
กู้ม่อหร่านดึงกู้มั่วหลีให้ถอยไปด้านข้าง เกรงว่านางจะเข้าไปจ่อหน้าเมิ่งจิ่วหนิงอีก
“พวกเราเข้าไปกินอะไรก่อน พูดให้น้อยหน่อย”
“ท่านพี่ ข้าแค่ถามแขกถึงธรรมเนียมบ้านเกิดเท่านั้น”
กู้มั่วหลียอมให้เขากุมข้อมือไว้ ก่อนเบือนหน้าไปทางเมิ่งจิ่วหนิง
“คุณหนูเมิ่งไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรหากต้าหลี่ล่มสลายจริง ธรรมเนียมบ้านเกิดก็คงไม่มีค่าอะไรนัก”
สิ้นคำนั้น ขอบตาของเมิ่งจิ่วหนิงก็แดงก่ำทันที นางอยากโต้แย้ง แต่คนตรงหน้าคือน้องสาวของกู้ม่อหร่าน
