อินุคามิจูซาบุโรกำจี้หยกครึ่งชิ้นไว้ ปลายนิ้วลูบไล้ลวดลายพยัคฆ์ขาวไปมา
เขาก้มมองพัค แรจังที่หมอบอยู่ข้างเท้า แววสงสัยในดวงตาจางลงไปกว่าครึ่ง ทว่ามุมปากกลับเบ้ลง ก่อนโบกมือให้องครักษ์จวนอ๋องที่อยู่ด้านหลัง
“ไปจับหญิงชราชาวโครยอที่ถูกคุมตัวอยู่บนกำแพงเมืองมาให้ห้าคน”
ไม่นานนัก หญิงชราและเด็กชาวโครยอห้าคนที่ผมหงอกขาว เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ก็ถูกทหารลากขึ้นมาบนหอประตูเมืองราวกับลากซากสุนัข จากนั้นผลักให้คุกเข่าเรียงกันเป็นแถว
อินุคามิจูซาบุโรชักดาบสั้นที่เอวออกมา แล้วพลิกมือยัดด้ามดาบใส่มือพัค แรจัง มือใหญ่กดไหล่เขาผลักไปข้างหน้าหาหญิงทั้งห้าคน
“ใต้เท้าพัค ใคร ๆ ก็พูดจาเก่งกันทั้งนั้น ข้าเห็นกลอุบายใช้ความเจ็บปวดเรียกความเห็นใจมามากแล้ว
ทั้งห้าคนนี้ล้วนเป็นราษฎรในฮันซองของพวกเจ้า จงใช้ดาบแทงพวกนางให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะเชื่อว่าเจ้าทรยศต่อต้าขานด้วยใจจริง”
“เอาสิ แสดงความจริงใจและความเด็ดเดี่ยวของเจ้าให้ข้าดู”
พัค แรจังก้มมองดาบสั้นในมือ ก่อนเงยหน้ามองหญิงชราที่คุกเข่าอยู่แถวหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย
ข้อมือของเขาเริ่มสั่น ปลายดาบจ่ออยู่ตรงหัวใจของหญิงชรา เขายื่นมันไปข้างหน้าถึงสามครั้ง แต่กลับแทงไม่ลงเสียที
เสียงกึกเบา ๆ ดังมาจากด้านหลัง
ทวนยาวของทหารจ่อเข้าที่ท้ายทอยของพัค แรจังโดยตรง
“อย่างไร แทงไม่ลงหรือ?”
อินุคามิจูซาบุโรวางมือบนด้ามดาบ พลางหัวเราะเย็นชา “ดูท่าใต้เท้าพัคกำลังเล่นลูกไม้กับข้าเสียแล้ว”
เหงื่อเย็นบนแผ่นหลังของพัค แรจังซึมจนเสื้อชั้นในเปียกชุ่ม เขากัดฟันแน่นจนกรามปวดระบม
