เวินหรูเอ่ยว่า “พี่หง คุณอันบอกแล้วว่าเอาแค่ 20 คน”
อีกฝ่ายเตรียมโควตาไว้เพียง 20 คน จึงกระจายข่าวออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพอคนแห่กันมาเพิ่มก็จะเสียเที่ยวกันหมด
“ไปบอกข่าวให้เสียงจื่อกับเสี่ยวซู่ แล้วก็พวกเขาฟัง ให้พวกเขาเลือกมาอีก 17 คน”
“……”
“จริงหรือเปล่า? มันฝรั่งกับมันเทศราคาจินละ 30 แต้มเนี่ยนะ?”
หลี่เสียงได้ยินข่าวนี้ก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
“ใครมีแต้มก็รีบรวบรวมกันมา คุณอันไปแล้ว ข่าวเป็นเรื่องจริง แต่มีโควตาแค่ 20 คน พวกเราออกไปแล้ว 3 คน พวกคุณแค่หาเพิ่มอีก 17 คนก็พอ”
หลี่เสียงเชื่อจี้หง พี่หงไม่มีทางหลอกพวกเขา ตลอดหลายปีมานี้ คนจากตรอกมืดต่างคอยช่วยเหลือพึ่งพากัน จนเกิดความไว้วางใจกันอย่างลึกซึ้ง หากมีข่าวดีอะไรก็จะรีบบอกกันเป็นกลุ่มแรกเสมอ
“ได้ ฉันจะไปหาคนเดี๋ยวนี้”
“อืม ฉันจะไปถามทางเสี่ยวซู่ด้วยว่าเด็กพวกนั้นหาแต้มได้หรือยัง ถ้าได้แล้วก็ให้พวกเขาไปด้วยกัน”
ตอนเวินหรูไปถึงบ้านของเสี่ยวซู่ เด็ก ๆ ยี่สิบกว่าคนกำลังนั่งรวมกลุ่มซดน้ำข้าวอยู่ข้างใน ในหมู่พวกเขาคนที่อายุน้อยที่สุดเพิ่ง 5 ขวบ ทุกคนเป็นเด็กกำพร้าในวันสิ้นโลก
เสี่ยวซู่เป็นหัวโจกของเด็ก ๆ เขาพาพวกเด็ก ๆ ออกไปขอทานและคุ้ยขยะทุกวัน บางครั้งถ้าโชคดีก็จะเจอคนใจดีจ้างให้ทำงาน
เวินหรูมองเข้าไป เห็นในน้ำข้าวมีเมล็ดข้าวอยู่เพียงไม่กี่เม็ด น้อยจนน่าสงสาร
“ไม่ได้กินข้าวมากี่วันแล้ว?” เวินหรูถาม
เสี่ยวซู่ตอบว่า “หลายวันนี้พวกเราดื่มแต่น้ำข้าว เมล็ดข้าวก็มีน้อยลงเรื่อย ๆ ไม่พอกินแล้ว”
