ทุกครัวเรือนในเขตเพาะปลูกล้วนขาดแคลนเสบียง เพราะยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ไม่อย่างนั้นเฉินซิ่วเอ๋อก็คงไม่ให้เฉินหมาน เฉินผี และเฉินเฮยทั้งสามคนมาแอบขโมยผัก
เมื่อวานครอบครัวของพวกเธอกินมะเขือยาวกับพริกที่ขโมยมาจากแปลงผักของเจียงหลี่ แม้ลูกจะไม่ใหญ่ แต่การได้กินผักก็ชวนให้รู้สึกดี เฉินซิ่วเอ๋อจึงอดใจไม่ไหว สั่งให้หลานชายทั้งสามกลับไปขโมยอีก
ใครจะคิดว่าคราวนี้จะถูกจับได้ แถมยังถูกเรียกค่าเสียหายถึง 810 แต้ม!
“แม่ ทำยังไงดี?”
เฉินโส่วเย่ทำอะไรไม่ถูก “ตอนนี้บ้านเรามีแต้มรวมแค่ประมาณ 3,000 เอง ยังต้องซื้อเสบียงอีกนะ!”
ต้องจ่ายออกไปตั้ง 810 แต้ม คราวนี้เลือดตาแทบกระเด็น
เฉินซิ่วเอ๋อกลอกตา หากรู้แต่แรก ตอนเจียงหลี่เรียกค่าเสียหายก็น่าจะไม่เถียงกับพวกนั้น ถ้าตอนนั้นยอมจ่ายเสีย ก็คงไม่โดนปรับเพิ่มอีก 200 แต้ม
เธอกลอกตาไปมา ก่อนจะเริ่มพูดจาหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว “พี่น้องตระกูลเจียง พวกเราก็อยู่เขตเพาะปลูกเดียวกัน เดินไปไหนมาไหนก็ต้องเจอกันอยู่ดี มาตกลงกันเองเถอะ ค่าเสียหายที่ควรจ่ายฉันจะจ่ายให้ ส่วนค่าปรับก็ยกให้เถอะ!”
เจียงหลี่กล่าวว่า “เพราะฉันยังเผื่อทางให้พวกคุณอยู่ ถึงไม่ได้เรียกหน่วยลาดตระเวนตั้งแต่แรก แต่เลือกมาหาทางแก้ปัญหาถึงที่ ตอนนี้คิดจะตกลงกันเอง คุณว่ามันเป็นไปได้หรือไง?”
สีหน้าของเฉินซิ่วเอ๋อเปลี่ยนไปทันที “นังเด็กนี่! นั่นมันเงินซื้อเสบียงของบ้านฉันนะ! ให้ฉันชดใช้ แล้วยังจะให้คนอื่นมีชีวิตอยู่ได้ยังไง—”
เมื่อเห็นเฉินซิ่วเอ๋อทำท่าจะลงไม้ลงมือ หน่วยลาดตระเวนที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบเข้ามารั้งตัวเธอไว้
“โวยวายอะไรกัน? คุณทำของในแปลงคนอื่นเสียหายแล้วยังไม่คิดจะชดใช้อีกหรือ? รีบโอนแต้มให้เขา พวกเรายังมีภารกิจลาดตระเวน ไม่มีเวลามาเสียอยู่ตรงนี้”
