เฉินเย่ได้ยินดังนั้นก็รีบตอบว่า “เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว! งานพวกนี้สบายกว่างานในเขตปลอดภัยตั้งเยอะ ไม่เหนื่อยเลยสักนิด!”
พูดจบ เขาก็ไม่อิดออดอีก ก้มหน้าก้มตากินข้าวคำโต
อาหารทุกจานบนโต๊ะอร่อยเลิศ ทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติล้วนยอดเยี่ยม! เย่หงจวินเอ่ยชมฝีมือของเจียงเหยียนไม่ขาดปาก
“ฝีมือนายสูสีกับพ่อครัวในร้านอาหารเลยนะ!”
เย่ถงพยักหน้ารัว “ใช่เลย! พี่เจียงเหยียนทำกับข้าวอร่อยจริง ๆ!”
เจียงเหยียนตอบว่า “มีฝีมือก็ต้องมีวัตถุดิบถึงจะแสดงฝีมือได้ ผักที่พี่สาวปลูกต่างหากที่ดี ปลูกอะไรก็อร่อย ทำยังไงก็อร่อยทั้งนั้น”
คนบนโต๊ะกินข้าวกันอย่างมีความสุข ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง เสี่ยวซู่กับพวกก็จัดการผัดหมูพริกจนเกลี้ยงจาน แม้แต่น้ำซอสที่ก้นจานก็ยังเลียจนไม่เหลือ
“อร่อยมาก! ถ้าได้กินผัดหมูพริกทุกวันก็คงดี”
“ทำไมถึงมีอาหารอร่อยขนาดนี้นะ! นี่เป็นมื้อกลางวันที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาเลย!”
กินแล้วก็ยังอยากกินอีก
เสี่ยวซู่เริ่มคำนวณแต้มในใจ
มื้อนี้หมดไป 240 แต้ม สำหรับพวกเขาในเมื่อก่อน นี่เป็นราคาที่แพงลิบลิ่ว แต่ตอนนี้แค่ขุดหน่อไม้กลายพันธุ์เพิ่มอีกหน่อยก็หาได้แล้ว
“พรุ่งนี้พวกเรามากินผัดหมูพริกอีกนะ! พรุ่งนี้ให้เสี่ยวปากับเสี่ยวซีมาด้วย ขุดหน่อไม้เพิ่มอีกหน่อยก็มีเงินพอซื้อผัดหมูพริกกินแล้ว!”
“ได้!”
“……”
หลังกินข้าว เฉินเย่กับเจียงเหยียนช่วยกันเก็บถ้วยชาม ล้างจาน และเช็ดโต๊ะ
