ภายในร้านเทียนเซียงเก๋อ เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
จวงโยวจ้องมองมือที่สั่นเทาของตนด้วยความไม่อยากเชื่อ ใบหน้ามีรอยฝ่ามือสองข้าง ประจักษ์ชัด
สาวใช้คนสนิทสองนางของนางต่างตะลึงงัน ชั่วขณะหนึ่ง กลับไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้
เซี่ยซีม่อแย้มยิ้มบางที่มุมปาก หมุนตัวหมายจะจากไป ทว่าปรากฏว่าโคมนำวิญญาณในถุงหอมตรงเอวนางกลับสั่นไหววูบหนึ่ง
จู่ ๆ อู๋โยวก็ปรากฏกาย ใช้จมูกอันว่างเปล่าสูดกลิ่น แล้วเอ่ยว่า “เหมือนจะมีกลิ่นอายของดวงวิญญาณที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม”
ได้ยินดังนั้น เซี่ยซีม่อก็ชะงักเท้า หันกลับไปมองแวบหนึ่ง
ก็เห็นจากร่างของจวงโยวมี ‘ขี้เถ้าสีดำ’ ร่วงหล่นไม่หยุด ราวกับเกล็ดหิมะสีดำ ร่วงลงบนพื้นทีละชิ้น ๆ หากแต่กลับเลือนหายไปในพริบตา
“คือนางนั่นแหละ”
อู๋โยวกล่าว “นางคงถูกวิญญาณร้ายปะทะเข้า ลองดูว่าจะดึงชิ้นส่วนหนึ่งมาจากตัวนางได้หรือไม่”
เซี่ยซีม่อหรี่ตาลงเล็กน้อย ฉวยจังหวะที่จวงโยวยังตกตะลึง เดินตรงไปตรงหน้านางพลางยื่นมือไปดึง ‘ขนสุนัขจิ้งจอก’ กระจุกเล็ก ๆ จากเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหรูหราตัวนั้นของนางลงมา
การกระทำนี้ ไม่ต่างจากการถอนขนบนตัวเสือ ยิ่งทำให้ผู้คนตื่นตะลึง
เสื้อคลุมขนจิ้งจอกบนร่างจวงโยวนั้นนามว่า ‘เยียนจือเสวี่ย’ เป็นของที่ฮองเฮาพระราชทาน นับว่าล้ำค่ายิ่งนัก
ยามปกติ พวกสาวใช้ปฏิบัติต่อสิ่งนี้ แม้เพียงแค่มือไม้หยาบกระด้างเล็กน้อย ก็ยังถูกเฆี่ยนตีดุด่า ไฉนเลยจะทนได้เมื่อถูกดึงขนไปกระจุกหนึ่ง?
“เจ้า!!!”
จวงโยวถูกทำให้ขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก็เดือดดาลจนเสียสติ
เซี่ยซีม่อกระทำการเช่นนี้ ในสายตานาง ล้วนเป็นการยั่วยุโดยสิ้นเชิง
นางแทบจะเกิดจิตสังหารขึ้นมาแล้ว
“อิสตรีชั่ว เจ้ารนหาที่ตาย!”
