จวงโยวเป็นลมหมดสติไปอย่างกะทันหัน
เมื่อครู่ยังตวาดใส่องครักษ์ขนนกทองที่จับผู้คนอยู่แท้ ๆ พริบตาต่อมากลับล้มพับหมดสติโดยไร้สัญญาณเตือน
เหล่าผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันถอยกรูด เกรงว่าจะถูกโยงใยเป็นภัยแก่ตน
มีเพียงเถ้าแก่และลูกมือของร้านเทียนเซียงเก๋อเท่านั้นที่จำต้องเดินหน้าเข้าไปตรวจดูอาการ
เผยหย่งซึ่งอยู่ชั้นล่างได้ยินว่าจวงโยวเป็นอะไรไป สีหน้าแปรเปลี่ยน จำต้องวิ่งขึ้นบันไดไปช่วยคนก่อน
ชั่วขณะหนึ่งเกิดความอลหม่านอย่างยิ่ง
อาศัยจังหวะที่ฝูงชนแตกกระจาย องครักษ์ขนนกทองวุ่นอยู่กับเหตุการณ์ เซี่ยซีม่อจึงจูงมือเทียนชิงเดินจากออกจากร้านเทียนเซียงเก๋อโดยไม่หันหลังกลับ
ระหว่างทางกลับจวนเหริน เทียนชิงยังคงตื่นเต้นจนใจกระเพื่อม ความเลื่อมใสศรัทธาต่อเซี่ยซีม่อนั้นแทบจะทะลักออกมา
“คุณหนูเซี่ย ช่างองอาจหาใดเปรียบยิ่งนัก คุณหนูจวงผู้นั้นเป็นคนไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดมาแต่ไหนแต่ไร ในเมืองหลวงนางขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจไร้เหตุผล...”
“ตลอดหลายปีมานี้ ไม่เคยมีใครกล้าเผชิญหน้ากับนางตรง ๆ ยิ่งไม่เคยมีใครทำให้นางเคยต้องพ่ายแพ้เสียท่า...”
“แต่วันนี้...”
นางกล่าวพลางเหมือนจะนึกได้ว่ามันไม่เหมาะสม
แม้ความแค้นจะได้ระบายออกไปแล้ว
แต่สำหรับเซี่ยซีม่อ การล่วงเกินจวงโยวในเมืองหลวงนั้น จะว่าไปแล้วก็หาใช่เรื่องดีแต่อย่างใด
อีกทั้งหากภายหลังอีกฝ่ายย้อนกลับมาเอาคืน ก็จะเป็นเรื่องน่าปวดหัวอยู่มิใช่น้อย
แต่พอลองคิดอีกที ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องหวาดหวั่น
ท่านโหวน้อยให้ความสำคัญกับคุณหนูเซี่ยถึงเพียงนี้ คิดว่าคงไม่ยืนมองอยู่เฉยแน่
ตราบใดที่ท่านโหวน้อยออกหน้า ในเมืองหลวงก็ไม่มีเรื่องใดจัดการไม่ได้
