แต่พอถึงเช้าวันถัดมา เมื่อซูเชียนเชียนเห็นเสื้อผ้าเรียงรายเป็นแถว เครื่องประดับและของตกแต่งนับไม่ถ้วนถูกส่งเข้าไปในห้องของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ใบหน้าของเธอก็เริ่มซีดเผือด
ซูเชียนเชียนกัดฟันเดินมาที่ห้องของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ พอเห็นหน้ากัน ดวงตาคู่นั้นก็เหมือนมีสวิตช์เปิดขึ้นมาทันที น้ำตาคลอเบ้า แม้แต่น้ำเสียงก็ฟังดูน่าสงสารขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“พี่คะ ทำไมพี่ถึงมีเงินซื้อของตั้งเยอะขนาดนี้?”
ดวงตาของซูเชียนเชียนกวาดมองไปรอบห้องไม่หยุด แววริษยาฉายชัดอยู่ในดวงตา ห้องนี้หรูหรากว่าห้องของเธอเสียอีก
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์กำลังชื่นชมห้องที่เพิ่งตกแต่งใหม่อยู่ พอเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงประตู ก็เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “อ๋อ แม่ซื้อให้ฉันน่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น มือของซูเชียนเชียนที่จับกรอบประตูก็ออกแรงขึ้นมาทันที แม้แต่ริมฝีปากก็ยังซีดลงไปอีก
แววสนุกสนานวาบผ่านดวงตาของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ เมื่อเห็นพนักงานที่ยกเสื้อผ้ายืนอยู่ด้านหลังอีกฝ่าย เธอก็ยิ้มหวาน “น้องหลีกทางหน่อยสิ เสื้อผ้าชุดใหม่ของฉันมาถึงแล้ว”
ซูเชียนเชียนหันขวับไปมอง พอเห็นกระโปรงรุ่นใหม่ล่าสุดของฤดูกาลนี้เรียงรายมาอีกเป็นแถว มือที่กำกรอบประตูก็คลายออกในทันที เธอฝืนขยับเท้าออกไปด้านนอกอย่างยากลำบาก
นังสารเลว ของพวกนี้ควรเป็นของฉันแท้ ๆ!
ซูเชียนเชียนกัดริมฝีปากล่าง ดวงตาที่หลุบต่ำวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังอย่างบ้าคลั่ง เธอมองอยู่นาน ก่อนจะหันหลังกลับไปยังห้องของตัวเอง
ช่วงบ่าย เสิ่นเยี่ยนได้ยินว่าตระกูลซูตามหาลูกสาวแท้กลับมาได้แล้ว เมื่อได้ฟังคำพูดชวนให้คิดไปในทางต่าง ๆ ของซูเชียนเชียน ภาพหยุนเสวี่ยเอ๋อร์อาศัยฐานะของตัวเองรังแกซูเชียนเชียนก็พลันผุดขึ้นมาในหัว เขาจึงรีบออกเดินทางทันที ด้วยท่าทีองอาจราวกับจะมาทวงความยุติธรรมให้คู่หมั้น ก่อนจะมาถึงตระกูลซูอย่างผึ่งผาย
