หยุนเสวี่ยเอ๋อร์คิดว่าข่าวที่นางกับหลิงอวี่เยวียนผูกสัมพันธ์เป็นคู่บำเพ็ญจะทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญฝ่ายธรรมะพากันก่นด่าว่าพวกเขาไม่คำนึงถึงศีลธรรมระหว่างอาจารย์กับศิษย์ แต่ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะสงบนิ่งกันมาก แถมยังยินดีส่งคำอวยพรให้อีกด้วย
โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรในยุคนี้เปิดกว้างถึงเพียงนี้แล้วหรือ?
เมื่อหยุนเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยความสงสัยออกมา หลิวชิงชิงก็จิบสุราชั้นดีที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา ก่อนจะโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เรื่องนี้เจ้าคงไม่เข้าใจสินะ”
“ทุกวันนี้ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ใครบ้างไม่รู้ว่าอาชีพอาจารย์เป็นอาชีพที่อันตรายที่สุด มีผู้อาวุโสมากมายปูทางไว้ก่อนแล้ว ต่อให้หลิงอวี่เยวียนเป็นเจ้าลูกหมาที่เจ้าเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก พวกเขาก็แค่ด่าว่าหลิงอวี่เยวียนมีจิตใจคิดร้าย”
“ส่วนเจ้า น้องเสวี่ยเอ๋อร์ของข้า ก็จะกลายเป็นคนที่พวกเขาสงสาร บอกว่าเจ้าจำต้องยอมตกอยู่ใต้อำนาจของจอมมาร”
“อ๊ะ!”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ฟังจนตะลึง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กว่าจะได้สติก็ผ่านไปครู่ใหญ่
โลกสมัยนี้เปิดกว้างขนาดนี้แล้วหรือ
“อีกอย่าง ตอนนี้ทุกคนก็สนใจแต่เรื่องของตัวเอง เรื่องแค่นี้ของพวกเจ้าจะสำคัญกว่าภารกิจหลักของพวกเขาหรือไง?”
หลิวชิงชิงแกว่งจอกสุราไปมา คล้ายคิดอะไรขึ้นได้ จึงรีบโน้มตัวเข้าไปตรงหน้าหยุนเสวี่ยเอ๋อร์
“ว่าแต่หลิงอวี่เยวียนบำเพ็ญถึงขั้นไหนแล้ว? ตามลำดับเหตุการณ์ของโลก ตอนนี้เขาควรทะลวงถึงขอบเขตสูงสุดและค่อย ๆ บรรลุเป็นเซียนแล้วนี่”
“อย่าบอกนะว่าเจ้าคนคลั่งรักนี่ พอผูกสัมพันธ์เป็นคู่บำเพ็ญกับเจ้าแล้วก็ละเลยการฝึกฝน?”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าครุ่นคิดเมื่อได้ยิน นางเหมือนจะไม่ได้เห็นหลิงอวี่เยวียนบำเพ็ญมานานแล้วจริง ๆ แม้แต่ตอนลงจากเขา เขาก็แค่ช่วยหมู่บ้านใกล้ ๆ กำจัดปีศาจตัวเล็กกับมารตัวน้อย ไม่เคยคิดจะไปแสวงหาโชควาสนาในที่ไกลกว่านั้นเลย
