หลังเข้าเรียนมาหลายสัปดาห์ หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ตระหนักว่าเวลาที่เธอจะอยู่ในโลกนี้ใกล้ครบกำหนดแล้ว แม้สำหรับเธอจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แค่เข้าออกโลกนี้เท่านั้น แต่เธอก็เริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ชีวิตในช่วงเวลานี้ขึ้นมาเสียแล้ว
มองป๋อชือเหยียนที่กำลังง่วนอยู่ในครัว หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็แกว่งขาไปมาอย่างเบื่อหน่าย เธอฟุบตัวลงบนโต๊ะ เอามือทั้งสองรองคางไว้ ยามเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาก็ดูโตและเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม
ถึงจะรู้ว่าหลังจากเธอจากไป ป๋อชือเหยียนจะไม่เหลือความทรงจำใด ๆ แต่เธอก็ยังถามออกไปว่า
“ป๋อชือเหยียน ถ้าฉันจากไป คุณจะคิดถึงฉันไหม”
ตะหลิวที่กำลังผัดอาหารในกระทะพลันชะงัก ประโยคเดียวทำให้สมองของป๋อชือเหยียนหยุดคิดไปโดยสิ้นเชิง แผ่นหลังที่เหยียดตรงพลันเกร็งขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าและติดขัด ทุกคำที่เอ่ยออกมาล้วนแสนยากลำบาก “เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ชอบผมแล้วหรือครับ”
แปลว่าเธอจะเก็บความอบอุ่นที่เคยมอบให้เขาคืนไปอย่างนั้นหรือ หรือว่ามีคนที่น่าสงสารยิ่งกว่าเขาปรากฏตัวขึ้นแล้ว เขาไม่ตรงตามเงื่อนไขของเธออีกต่อไปแล้วอย่างนั้นหรือ
“คุณพูดอะไรน่ะ!”
พอได้ยินป๋อชือเหยียนถามเช่นนั้น หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยืดตัวขึ้น กำลังจะโต้แย้ง แต่กลิ่นไหม้กลับค่อย ๆ ลอยมา เธอสูดจมูกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะร้องเสียงหลง “ป๋อชือเหยียน ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานของฉัน!”
“ก็เพราะคุณนั่นแหละ”
ตอนป๋อชือเหยียนยกจานซี่โครงหมูที่ไหม้เกรียมดำสนิทมาวางบนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ เสียงตัดพ้อแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างหู
