หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็ใช้สถานะที่หลิวชิงชิงจัดเตรียมไว้ให้ เดินทางไปโรงเรียนพร้อมกับป๋อชือเหยียน
ยามเช้า หยุนเสวี่ยเอ๋อร์มองป๋อชือเหยียนในชุดนักเรียนที่ดูสดใสหล่อเหลา ก่อนจะเดินวนรอบตัวเขาอย่างร่าเริง
เขาแตกต่างจากเด็กหนุ่มหมดอาลัยตายอยากที่เธอพบในวันแรกอย่างสิ้นเชิง แววตาไม่มีความดุดันเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว ทั้งตัวให้ความรู้สึกราวกับ...เทพบุตรเย็นชาที่เธอเคยอ่านเจอในนิยาย
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เขย่งปลายเท้า ยื่นปลายนิ้วเรียวขาวไปจัดทรงผมที่เพิ่งตัดแต่งใหม่อย่างสบาย ๆ ข้อมือขาวผ่องหยุดอยู่ตรงหน้าป๋อชือเหยียน เปล่งประกายละมุนใต้แสงธรรมชาติ ราวกับหยกขาวที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ป๋อชือเหยียนก้มศีรษะลง เพื่อให้เธอลูบผมได้สะดวกขึ้น ท่าทางเชื่อฟังว่าง่ายราวกับสัตว์ตัวน้อยที่เชื่องแล้ว ทำให้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์อารมณ์ดีขึ้นไปอีก ป๋อชือเหยียนทำให้เธอรู้สึกเหมือนเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ไว้จริง ๆ เธอจึงลูบหัวเขาอย่างเพลิดเพลินยิ่งกว่าเดิม แต่มือกลับอ่อนโยนและประณีต
เมื่อปลายนิ้วอุ่น ๆ ลูบผ่านหนังศีรษะอันอ่อนไหวอย่างแผ่วเบา ป๋อชือเหยียนก็ก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิม สายตาอดทอดมองเอวบางที่ถูกกระโปรงห่อหุ้มไว้ไม่ได้
นางฟ้าตัวน้อยของเขางดงามไปเสียทุกส่วน แค่มองเพียงแวบเดียว เขาก็รู้แล้วว่ามือข้างเดียวของเขาโอบรอบตัวเธอได้มิด
จู่ ๆ ความปรารถนาอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ เขาจินตนาการถึงวันที่จะได้โอบกอดเธอ ซุกหน้าลงกับไหล่นุ่มหอม ปล่อยให้นางฟ้าตัวน้อยของเขาลูบไล้ตามใจชอบ
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ลูบจนพอใจแล้วจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ถึงได้เห็นว่าหูของป๋อชือเหยียนแดงก่ำไปหมด ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยประกายฉ่ำวาวโค้งเป็นรอยยิ้มงดงาม มือหนึ่งยกขึ้นปิดริมฝีปากเบา ๆ ส่วนอีกมือก็ยื่นไปหยิกแก้มเขา
