“อาจารย์” หลิงอวี่เยวียนเอ่ยช้า ๆ ทีละคำ สายตาจับจ้องหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่วาง
“ศิษย์ชอบอาจารย์ ไม่ใช่เพราะวิชาเสน่ห์”
“เพราะอย่างนั้น ตอนอาจารย์บอกว่าจะช่วยศิษย์ ศิษย์ถึงห้ามใจไม่ไหวไปชั่วขณะ”
“อาจารย์ไม่ได้ผลักศิษย์ออกไป” ปลายนิ้วลูบผ่านรอยแดงบนแก้มนาง จับจ้องรอยนั้นค่อย ๆ แดงจัดขึ้นใต้มือ ดวงตาลึกล้ำของหลิงอวี่เยวียนคล้ายทะเลก่อนพายุโหม แม้ดูสงบนิ่ง ทว่าซ่อนคลื่นคลั่งไว้ไม่รู้จบ
“อาจารย์กำลังสงสารศิษย์อยู่หรือ?”
มืออีกข้างของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ยังคงแตะอยู่บนอกเขาอย่างแผ่วเบา ทว่าในวินาทีที่ได้ยินคำสารภาพจากหลิงอวี่เยวียน เรี่ยวแรงก็พลันหายวับ นางมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ สมองขาวโพลนไปหมด ทำได้เพียงรับคำอย่างเหม่อลอย
“แต่พวกเราเป็นอาจารย์กับศิษย์กัน เรื่องนี้ทำไม่ได้”
หัวใจที่หลิงอวี่เยวียนเฝ้าลุ้นอยู่คลายลงทันทีที่หยุนเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยถามเช่นนั้น
ดีเหลือเกิน ในดวงตาของอาจารย์ไม่มีทั้งความรังเกียจและขยะแขยง อาจารย์ยังคงบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเช่นเดิม เอาแต่กังวลว่าสถานะของทั้งคู่ไม่เหมาะสม แต่กลับไม่หวาดกลัวศิษย์ที่ซ่อนความคิดชั่วร้ายไว้เต็มอกอย่างเขา
หลิงอวี่เยวียนเอียงหน้าเล็กน้อย ปลายจมูกไล้ผ่านหน้าผากเกลี้ยงเกลาของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ ไออุ่นที่ส่งผ่านมาพร้อมความซ่านวาบรุนแรง ลูกกระเดือกเขาขยับ ก่อนจะฝืนควบคุมเสียงที่แทบทนไม่ไหว
“แล้วอย่างไรเล่า ไม่ว่าเราจะมีความสัมพันธ์แบบไหน ศิษย์ก็จะชอบอาจารย์”
