“ไฉนอาจารย์ถึงมาที่นี่ล่ะ? เป็นห่วงศิษย์หรือ?”
หลิงอวี่เยวียนลุกขึ้นแล้วโอบหยุนเสวี่ยเอ๋อร์เข้ามาในอ้อมแขน ไอร้อนจากร่างกายแผ่ซ่านผ่านด้านข้างที่เปียกชื้น ก่อนกระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่แก้มขาวผ่องแนบชิดกับผิวกาย ทั้งสองต่างสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าของหยุนเสวี่ยเอ๋อร์แดงซ่านขึ้นในพริบตา แม้แต่แสงจันทร์สลัวพร่ามัวก็ยังกลบแก้มแดงระเรื่อของนางไม่มิด
ปลายนิ้วที่มีหนังด้านบาง ๆ ลูบไล้ผ่านเสื้อผ้าบางเบาอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ขยับเข่าชิดกัน เงยหน้ามองหลิงอวี่เยวียนอย่างงุนงง
ภาพเมื่อครู่กระทบใจนางอย่างหนัก จนตอนนี้ทั้งร่างยังคงนิ่งงัน
ผิวเนียนละเอียด เครื่องหน้าประณีต ขนตายาวงอนสั่นไหวระริก ราวกับตุ๊กตาที่แกะสลักอย่างพิถีพิถัน
หลิงอวี่เยวียนก้มหน้า ดวงตาที่ยังไม่คลายความปรารถนาจับจ้องใบหน้าเล็ก ๆ ที่ทำให้เขาคลุ้มคลั่งอย่างไม่ปิดบัง
หลังผ่านห้วงเสน่หา ดวงตาคู่นั้นแดงระเรื่อ ทั้งยังเพิ่มความเกียจคร้านอ้อยอิ่งให้เขาอยู่หลายส่วน เพียงสบตาแวบเดียวก็ราวกับจะถูกดูดเข้าไปในดวงตาดำสนิทลุ่มลึกคู่นั้น
แผงอกสีผิวน้ำผึ้งกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา ทุกลมหายใจยังแฝงไอร้อนที่ไม่จางหาย หยดน้ำที่เกาะอยู่บนนั้นพลอยอุ่นระอุตามไปด้วย เมื่อหลิงอวี่เยวียนขยับตัว หยาดน้ำใสก็ร่วงลงมา แตะบนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ร้อนผ่าวไม่แพ้กันอย่างแผ่วเบา
ความเย็นและความจั๊กจี้ทำให้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์กะพริบตาอย่างเชื่องช้า สติที่เพิ่งกลับคืนเริ่มสับสน มือหยกที่วางอยู่บนแผงอกแดงระเรื่อขึ้น นางกำลังจะชักมือกลับ แต่หลิงอวี่เยวียนกลับเปลี่ยนท่าเสียก่อน แล้วอุ้มนางไปนั่งข้างน้ำพุวิญญาณ
