ตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แทบจะเปิดเผยในโรงเรียนแล้ว ช่วงแรกยังมีคนสงสัยว่าทำไมต้องเป็นคู่นี้ เพราะก่อนหน้านี้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้ทิ้งความประทับใจที่ดีนักไว้ให้พวกเขา แต่พอทุกคนได้เห็นใบหน้าจริงที่ไม่ถูกปกปิด ก็รีบเปลี่ยนข้างทันที คิดว่าคนที่ได้เปรียบต่างหากคือชือหลิงโจว
ระบบเพิ่งเคยรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าภารกิจจะดำเนินไปได้ง่ายดายขนาดนี้ มองดูค่าความรักของชือหลิงโจวที่พุ่งทะลุเพดานภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ก็อดร้องอุทานออกมาไม่ได้
“โฮสต์ ชือหลิงโจวพิชิตใจง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ระบบเลื่อนดูแผงข้อมูล รีเฟรชอยู่หลายครั้งกว่าจะหยุดมือ
ตอนนี้หยุนเสวี่ยเอ๋อร์กำลังเขี่ยอาหารที่ชือหลิงโจวส่งมาให้ ไม่รู้ทำไม ทั้งที่เป็นอาหารอย่างเดียวกับวันนั้น แต่เธอกลับรู้สึกว่ากินไม่อร่อยเอาเสียเลย
“คุณกระต่าย ฉันไม่อยากกินแล้ว”
หยุนเสวี่ยเอ๋อร์วางช้อนลง แก้มขาวเนียนป่องเป็นก้อนนุ่ม ๆ ริมฝีปากยื่นออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงฟังดูหดหู่อย่างบอกไม่ถูก
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่คืนที่ทั้งสองกอดกันนอนที่โรงแรม หยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็รู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อต้องนอนในหอพักอันเงียบเหงา
ระบบลอยลงมาตรงหน้าเธอ ก้มลงดมอาหาร กลิ่นหอมนี่นา
ระบบขยับหูไปมา มองโฮสต์ที่มีสีหน้ากลุ้มใจแล้วจู่ ๆ ก็เข้าใจขึ้นมา
มันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนออย่างระมัดระวังว่า “โฮสต์ เธออยากย้ายไปอยู่ข้างนอกมหาวิทยาลัยกับชือหลิงโจวไหม?”
พอได้ยินข้อเสนอของระบบ ดวงตาหยุนเสวี่ยเอ๋อร์ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความหม่นหมองในแววตาหายไปทันที เธอรีบหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาโทรหาชือหลิงโจว
ชือหลิงโจวกำลังจัดการเอกสารอยู่ที่บริษัท พอเห็นสายเรียกเข้า ใบหน้าเคร่งขรึมก็มีรอยยิ้มขึ้นมาทันที น้ำเสียงไม่ได้เข้มงวดเหมือนเมื่อครู่แล้ว “ที่รัก เป็นอะไรหรือเปล่า กินอิ่มหรือยัง?”
“ยังเลย ไม่อร่อยเหมือนครั้งก่อนที่คุณพาฉันไปกินด้วยกัน”
พอได้ยินดังนั้น ชือหลิงโจวก็ขมวดคิ้ว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ แล้วรีบหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมา
“ที่รัก งั้นผมสั่งร้านอื่นให้กินดีไหม...”
