รถม้าแล่นไปนานเท่าใดไม่รู้ กระทั่งยามดึกสงัดจึงค่อย ๆ หยุดลง
ที่นี่เป็นหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่ง รอบด้านมีวัชพืชขึ้นรกเรื้อ บ้านเรือนหลายหลังพังทลาย เหลือเพียงกระท่อมมุงหญ้าประปรายตั้งตระหง่านอย่างเงียบเหงา ไม่มีแสงไฟแม้สักดวง
หลังลงจากรถม้า พวกนางทั้งแปดคนก็ถูกพาเข้าไปในกระท่อมมุงหญ้าหลังหนึ่ง
หากซูมู่คาดเดาไม่ผิด สถานที่ต่อไปที่รอพวกนางอยู่คงเป็นบ้านของผู้ซื้อ ส่วนจะถูกขายไปที่ใดนั้นก็สุดจะรู้
ในกระท่อมมีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง แต่งกายอย่างชาวบ้าน ทว่าผิวพรรณดูดี รูปร่างอวบอิ่ม ขณะนี้กำลังหันหลังให้พวกนางทำอาหารอยู่
กระท่อมหลังนี้กว้างขวาง ข้าวของภายในมีครบครัน มีเตียงเตาขนาดใหญ่หลังหนึ่ง นอนได้ราวสิบคน ตรงกลางก่อเตาไฟด้วยดิน บนเตาวางหม้อไว้สองใบ
ในหม้อกำลังต้มอาหาร โจ๊กข้าวขาวหอมกรุ่นเนื้อเนียนหม้อใหญ่เดือดปุด ๆ
ส่วนอีกหม้อกำลังตุ๋นเนื้อ
ซูมู่ต้องยอมรับว่า ช่วงที่อยู่ในจวนจางหลายวันนี้ อาหารการกินดีมาก เขาคิดว่าตนเองคงอ้วนขึ้นสองชั่งแล้ว
ส่วนซูเสี่ยวถงก็อวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าดีขึ้นไม่น้อย ทั้งร่างดูสดใสชุ่มชื่น ไม่เหมือนหญิงสาวที่เติบโตในชนบทแม้แต่น้อย
เด็กสาวคนอื่น ๆ อีกหลายคนก็เป็นเช่นเดียวกัน กินดีและมีเวลาพักผ่อนเป็นกิจวัตร สีหน้าดีขึ้นมาก ทว่าระหว่างคิ้วยังคงแฝงความหดหู่ไร้ชีวิตชีวา
นึกไม่ถึงว่าแม้มาอยู่กลางป่าเขารกร้างเช่นนี้ ยังได้กินเนื้อ นับว่าปฏิบัติต่อพวกนางไม่เลว
