“เช่นนั้น...ข้าไปก่อนนะ?”
หวังเหวินซินมองคนบนเตียงอย่างกังวลอยู่บ้าง ก่อนจะออกจากประตูไป
ก่อนออกไปยังไม่ลืมส่งสายตากำชับท่านหมอลู่ให้ช่วยดูแล
ท่านหมอลู่ส่งสายตากลับไปเป็นเชิงให้วางใจ
พออีกฝ่ายออกไป เขาก็อดใจไม่ไหว รีบนำสมบัติล้ำค่าของตนออกมา ประคองไว้ด้วยสองมือแล้วยื่นไปตรงหน้าซูมู่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มเสียจนดูไร้ราคา
“ฮิ ๆ สหายน้อย จะลงเข็มแล้วใช่หรือไม่?”
ซูมู่ชะงักมือเล็กน้อย ลอบคิดในใจว่า ตาแก่นี่รู้เรื่องดีเหมือนกันแฮะ
จากนั้นก็รับห่อเข็มเงินมาอย่างเป็นธรรมชาติ
เข็มเงินมีจำนวนไม่มาก ราวยี่สิบเล่ม แต่ดูแล้วคุณภาพยังพอใช้ได้
ซูมู่คาดเดาคร่าว ๆ ว่า การฝังเข็มในยุคนี้คงยังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก ยังไม่ชำนาญนัก
มิน่าเล่า เมื่อครู่ท่านหมอลู่ถึงได้ลังเลอยู่นานก่อนลงเข็ม
เดิมทีท่านหมอลู่คิดว่าซูมู่จะเอ่ยชมตนสักหนึ่งหรือสองประโยค
อย่างเช่น “โอ้ ท่านยังรู้จักฝังเข็มด้วยหรือ?”
“เข็มเงินนี่ไม่เลวเลย ได้มาจากที่ใดหรือ?”
หรือคำพูดทำนองนั้น
ทว่ากลับไม่ได้ยินคำชมแม้แต่ครึ่งประโยค ตรงกันข้ามยังถูกตำหนิอีกชุดหนึ่ง
“ท่านผู้เฒ่า เข็มเงินของท่านมีน้อยไปสักหน่อย ฝีมือฝังเข็มก็คงยังไม่ชำนาญกระมัง?”
เฮ้ย!
พูดเช่นนี้ได้อย่างไร?
ท่านหมอลู่พลันไม่พอใจ เผลอถกแขนเสื้อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
น้ำเสียงแฝงความดื้อรั้นอยู่หลายส่วน “โอ้? สหายน้อยกล่าวเช่นนี้ด้วยเหตุใด?”
ความหมายคือ หรือฝีมือฝังเข็มของเจ้าจะเหนือกว่าข้าเฒ่าผู้นี้?
สิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตก็คือฝีมือฝังเข็มของตน
ในเมืองหวยอาน เขากล้าพูดว่าไม่มีหมอคนใดฝังเข็มได้เก่งกว่าเขา!
