“สหายน้อยผู้นี้ เมื่อครู่เจ้ากล่าวว่ามีวิธีรักษาวัณโรค คำพูดนี้เป็นความจริงหรือ?”
ซูมู่ตอบว่า “แน่นอน ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ย่อมไม่กล่าวคำเท็จ”
หวังเหวินซินกลับกระตุกแขนเสื้อท่านหมอลู่ พลางกระซิบเตือนเสียงเบา
“ท่านหมอลู่ ท่านทำอะไรเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าท่านเชื่อคำพูดของเขาจริง ๆ? ข้าว่าเขาดูเหมือนคนหลอกลวงเสียมากกว่า”
ท่านหมอลู่ส่ายหน้า ก่อนกระซิบข้างหูหวังเหวินซิน
“เถ้าแก่วั่ง สถานการณ์ครอบครัวท่านในยามนี้ คนหลอกลวงคงไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายของท่านก็... มิสู้ให้เขาลองดูสักหน่อย ถือเสียว่าม้าตายรักษาราวกับม้ายังไม่ตายเถิด!”
แม้เขาเองก็ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดในโลกนี้รักษาวัณโรคให้หายได้ แต่หากเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมาจริงเล่า?
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ทุกคนล้วนแอบวิงวอนอยู่ในใจ หวังให้ปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้น
“ท่านหมอลู่ ท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร...”
แม้จะเป็นความจริง แต่ก็แทงใจเกินไปแล้ว
ทว่าพอคิดอีกที หวังเหวินซินก็เห็นว่ามีเหตุผล
โรคของจิ่นเอ๋อร์แม้แต่ท่านหมอลู่ยังหมดหนทาง หนุ่มน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นี้ คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวัณโรคเป็นโรคชนิดใด
ก็ดี จะได้ทำให้เขาล้มเลิกความคิดหลอกลวงเสีย
ยิ่งไปกว่านั้น หากว่า...
หวังเหวินซินมีสีหน้าโศกเศร้า พลางเอียงกายชี้ไปยังคนบนเตียง
“ถูกต้อง บุตรชายข้าป่วยเป็นวัณโรคจริง ทว่าเกรงว่า...”
เสียงของเขาค่อย ๆ สะอื้น
“เกรงว่า... คงเหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ฮือ... ฮือ!”
“เอ่อ... ท่านลุง อย่าเพิ่งเศร้าไปนัก บางทีบุตรชายท่านอาจยังพอช่วยไว้ได้”
ซูมู่เอ่ยปลอบ
ไม่ใช่แค่บางที ต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้
