รุ่งเช้าวันถัดมา แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างมากระทบหัวเตียง
ลู่เฉินตื่นก่อน
เขาลืมตาขึ้น มองหญิงงามที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขน
ผมยาวของซ่งชิงเสวี่ยแผ่กระจายอยู่บนหมอน ขนตางอนยาว มุมปากมีรอยยิ้มบางเบา ราวกับกำลังฝันดี
ริมฝีปากแดงระเรื่อยื่นน้อย ๆ อย่างน่ารัก ผ้าห่มคลุมไว้เพียงเรียวขางามของเธอ
ภาพงดงามตรงหน้าทำให้ลู่เฉินอดใจไม่ไหว......
“อื้ม~”
เสียงแห่งความสุขดังขึ้นเป็นระลอกภายในห้อง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซ่งชิงเสวี่ยนอนซบอกลู่เฉินอย่างเกียจคร้าน แก้มแดงระเรื่อ แววหวานฉ่ำยังคงอบอวลระหว่างคิ้ว เธอบ่นว่า
“โทษนายเลย……วันนี้ฉันคงลุกจากเตียงไม่ไหวแล้ว”
ปากพูดเหมือนกำลังบ่น แต่น้ำเสียงอ่อนโยนและพึงพอใจจนปิดไม่มิด
หลายปีมานี้ นับตั้งแต่โจวเฉิงติดการพนัน ซ่งชิงเสวี่ยก็เกลียดเรื่องนี้เข้ากระดูกดำ
ราวกับคนที่แห้งแล้งมานานได้พบสายฝนชโลมใจ
พี่สาวซ่งได้กลับมาสัมผัสความสุขของการเป็นผู้หญิงอีกครั้ง จะไม่สุขสมได้อย่างไร
“งั้นวันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่!” ลู่เฉินหัวเราะ แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“ชิงเสวี่ย ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”
ร่างบอบบางของซ่งชิงเสวี่ยสั่นไหว ขนตายาวกะพริบถี่ แสดงให้เห็นว่าภายในใจไม่สงบนัก
เธอส่ายหน้าเบา ๆ ระหว่างหอบหายใจ แล้วพูดว่า
“แค่ได้อยู่ข้างนาย ฉันก็พอใจแล้ว ฉันไม่……ขออะไรมากไปกว่านี้หรอก เส้นทางข้างหน้าของนายยังอีกยาวไกล ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงนาย”
พูดจบ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงใจในดวงตาของซ่งชิงเสวี่ย หัวใจลู่เฉินก็เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง
“ชิงเสวี่ย!” เขาก้มลงจะจูบอย่างดูดดื่ม ทำเอาพี่สาวซ่งตกใจแทบแย่
“อย่า ๆ ๆ! วันนี้นายไม่ได้จะไปหาคุณลุงเฉินเหรอ เก็บแรงไว้บ้างสิ! คงไม่อยากให้เขาเห็นนายในสภาพ……เหมือนหมดเรี่ยวหมดแรงหรอกนะ!”
ลู่เฉินถึงนึกขึ้นได้ว่ามีธุระสำคัญ
การจัดงานแสดงของชำร่วยต้องเตรียมตัวให้พร้อม
อย่างแรกคือความรู้เรื่องของเก่าที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง อีกอย่างคือเส้นสาย!
ในฐานะรองประธานสมาคมตรวจสอบอักษรและภาพเขียนแห่งเมืองเจียงหลิง ทั้งยังเป็นเสาหลักของตระกูลเฉินผู้มั่งคั่ง ฐานะและสถานะของคุณลุงเฉินย่อมเหมาะสมเพียงพอ
