ขณะที่จางชิงเต้ากำลังจะสั่งให้ไป๋เยวียนหยุด จู่ ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“หืม?!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย พลังลี้ลับภายในร่างไหลเวียน เพียงชั่วพริบตาก็มองทะลุระดับพลังของไป๋เยวียนได้อย่างง่ายดาย
“ขั้นสี่อักขระช่วงปลายแล้วหรือ?!”
ความตกตะลึงพลุ่งพล่านอยู่ในใจ แววตาของเขาเผยความประหลาดใจออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกตกตะลึงถึงเพียงนี้...
เจ้าเด็กนี่ จากยอดฝีมือขั้นสามอักขระกลับก้าวมาถึงขั้นสี่อักขระช่วงปลายได้ในคราวเดียว ระดับนี้เอาชนะคนภูตวิญญาณขั้นสี่อักขระส่วนใหญ่ได้แล้ว...
ตอนนี้ เกรงว่าประมุขของขุมอำนาจชั้นนำในประเทศส่วนใหญ่คงไม่ใช่คู่มือของไป๋เยวียน...
แน่นอนว่าไม่นับหวางโม่แห่งตระกูลหวาง อย่างไรเสียเขาก็เป็นยอดฝีมือในหมู่ผู้ที่อยู่ขั้นห้าอักขระ ไม่ใช่คนขั้นสี่อักขระจะเทียบชั้นได้...
“ดูท่าเจ้าเด็กนี่จะพบโอกาสวาสนาจริง ๆ...”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนสีหน้าจะไหววูบ จากนั้นก็ใช้กำลังบังคับพันธนาการไป๋เยวียนไว้
“เอ่อ...อาจารย์ ผมกำลังขยับแข้งขยับขาอยู่นะ...”
“พอเลย!”
จางชิงเต้ากลอกตาแล้วกล่าวว่า
“ตามฉันมา!”
ชั่วพริบตา
ไป๋เยวียนรู้สึกว่าฉากรอบตัวเปลี่ยนไป เขากลับมาอยู่ในหอพักของตัวเองทันที
“หืม?”
ไป๋เยวียนชะงักเล็กน้อย ในใจก็พลันเกิดความหวาดหวั่น
อย่าว่าแต่ต่อต้านเลย เขาไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ...
เดิมทีคิดว่าตนกลายเป็นยอดฝีมือขั้นสี่อักขระแล้ว ระยะห่างจากอาจารย์คงไม่มากนัก
แต่กลับพบว่าเขายังคงมองระดับพลังของอีกฝ่ายไม่ออก...
ประมุขแคว้นต้าเฉียนให้ความรู้สึกแข็งแกร่งจนมิอาจต่อกร ส่วนจางชิงเต้ากลับลึกล้ำยากหยั่งถึง จนไม่มีทางมองออกเลยว่าแข็งแกร่งเพียงใด...
