“ถ้าพวกมันเป็นเพียงร่างแยกทั้งหมด...”
ไป๋เยวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองว่า
“งั้นในแดนลี้ลับแห่งนี้ ก็มีผีดุร้ายอยู่แค่ตัวเดียว นั่นก็คือต้นตอความประหลาดงั้นหรือ?!”
ทาสผีนับพันที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้ ย่อมไม่นับว่าเป็นผีดุร้ายเช่นกัน
“ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อธิบายได้แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงแข็งแกร่งขนาดนี้...”
เพราะพลังทั้งหมดของแดนลี้ลับแห่งนี้ถูกนำไปหล่อเลี้ยงต้นตอความประหลาดตัวนี้...
ขณะนี้ต้นตอความประหลาดไม่รู้ความคิดของไป๋เยวียนแม้แต่น้อย มันกลับปรบมือแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า
“การแสดงดี ๆ เริ่มขึ้นแล้ว!”
ชั่วพริบตา
ผีตัวตลกหลายสิบตัวรอบด้านพร้อมใจกันหัวเราะเสียงประหลาด พลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วแดนลี้ลับ!
แววตาของไป๋เยวียนชะงักค้าง จากนั้นภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
“หืม?”
จิตใจของเขาสั่นสะเทือน จู่ ๆ ก็พบว่าตัวเองกลับมานั่งอยู่บนรถไฟเหาะอีกครั้ง
คราวนี้ลวดเหล็กที่ลอยอยู่กลางอากาศกรีดผ่านลำคอของเขาในพริบตา
เขารู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ทว่าศีรษะกลับไม่หลุดร่วงลงมา
ตามสัญชาตญาณ เขาคิดจะใช้พลังลี้ลับฟื้นฟูบาดแผล
แต่ในวินาทีถัดมา เขากลับไปอยู่บนเครื่องเล่นทิ้งดิ่งอีกครั้ง
เมื่อเครื่องเล่นขึ้นไปถึงจุดสูงสุดและเริ่มดิ่งลง สายรัดนิรภัยที่รัดตัวเขาพลันหายวับ ร่างของเขาก็ลอยคว้าง ก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างแรง
ร่างกายไม่ได้แหลกเป็นเสี่ยง ๆ และเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ราวกับนี่ไม่ใช่ร่างของตัวเอง
