“คิดอะไรอยู่? นึกว่ามันเป็นฉันหรือไง?”
หน้ากาผีตอบว่า
“ถ้ามันแข็งแกร่งขนาดนั้น ป่านนี้คงออกมาฆ่าพวกนายหมดแล้ว จะหลบอยู่ใต้ดินทำไม?”
“ถ้าอย่างนั้นเมื่อครู่...”
“เมื่อครู่มันฝืนงัดฝาโลงออก จึงใช้พลังต้นกำเนิดไปจนหมด ทำให้สภาพกลับไปอยู่ในช่วงจุดสูงสุดชั่วคราว...”
“หมายความว่าตอนมันแข็งแกร่งเต็มที่ ก็เป็นแบบนั้นสินะ?”
ไป๋เยวียนเข้าใจขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้
เพราะนอกจากหน้ากาผีแล้ว นี่คือผีดุร้ายที่มีระดับสูงที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ...
ตอนนั้นเอง หน้ากาผีพูดขึ้นอีกครั้งว่า
“ปกติแล้วพลังต่อสู้ของมันคงอยู่แค่ระดับเริ่มต้นขั้นสี่อักขระ พอ ๆ กับเจ้าสาวผีนั่นแหละ”
“เอ่อ... มิน่าล่ะ...”
ไป๋เยวียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจขึ้นมาทันที
“ส่วนเหตุผลที่มันเข้าไปในโลงศพสีดำนั่นก็ง่ายมาก”
หน้ากาผีพูดช้า ๆ ว่า
“มันต้องการรักษาบาดแผล!”
“รักษาบาดแผล?!”
“การอยู่ในโลงศพสีดำเป็นเวลานานจะช่วยสมานบาดแผลจากพลังลี้ลับ ทำให้ผีดุร้ายตนนั้นค่อย ๆ ฟื้นตัว”
“เป็นแบบนี้นี่เอง...”
ไป๋เยวียนลูบคาง พลางเข้าใจขึ้นมา
มิน่าล่ะ ผีดุร้ายตนนั้นพอเห็นโลงศพสีดำของเสี่ยวหาน ก็ทำท่าราวกับหมาเห็นกระดูก...
“ถ้าอย่างนั้นนายก็ใช้วิธีนี้รักษาบาดแผลได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
“ได้ก็ได้อยู่...”
หน้ากาผีตอบว่า “แต่ช้าเกินไป...”
“ถ้าฉันอยากฟื้นคืนสู่สภาพสูงสุด อย่างน้อยก็ต้องนอนอยู่ในโลงสักหลายร้อยปี จะเร็วสู้กลืนกินผีดุร้ายได้อย่างไร?”
“อย่างนี้นี่เอง...”
