“แล้วพวกเขาล่ะ?”
ไป๋เยวียนใจสั่นวูบ ความตื่นเต้นผุดขึ้นมาระลอกหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหวางชิงกับคนอื่น ๆ
“ยิ่งมีคนเพิ่มอีกหนึ่งคน พลังที่ฉันต้องใช้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!”
หน้ากากผีถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “อย่างมากฉันก็ส่งแกไปได้อีกคนเดียว!”
หากส่งทั้งสี่คนออกไปจากที่นี่ การฟื้นฟูที่มันทุ่มเทมาตลอดก็แทบสูญเปล่า แถมพลังยังอาจลดลงไปอีก ย่อมไม่เต็มใจอย่างยิ่ง…
“แค่นี้ก็พอแล้ว!”
ไป๋เยวียนชะงักเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะยินดีขึ้นมา
เขารีบส่งกระแสเสียงไปว่า
“เหล่าหวาง นายกับหานอวี่รีบถอยไปก่อน ไม่ต้องห่วงพวกเรา ฉันมีวิธีรักษาชีวิตฉันกับเสี่ยวหาน!”
พอได้ยินเช่นนั้น
สีหน้าของหวางชิงยังคงสงบนิ่ง ทว่าลึกลงไปในดวงตากลับมีแววยินดี เขาตอบกลับว่า
“ไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม?”
“ตอนนี้ฉันจะพูดเหลวไหลไปทำไม…”
ไป๋เยวียนกระตุกมุมปากแล้วกล่าวว่า “ยังไงพวกนายก็ไม่ต้องห่วงพวกเรา แถมถ้าพาพวกนายไปด้วยก็มีแต่จะเป็นภาระ!”
“…”
หวางชิงเงียบไปครู่หนึ่ง จำเป็นต้องพูดตรงขนาดนั้นเลยหรือไง…
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เสียเวลาอีก เพียงมองไป๋เยวียนลึก ๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะพาหานอวี่จากไปด้วยตัวเอง
ระหว่างทาง หวางชิงหันกลับมาส่งกระแสเสียงว่า
“เหล่าไป๋ ถ้านายตายจริง ๆ ฉันจะให้พ่อออกโรงแก้แค้นให้นาย ทำให้ตาแก่พวกนี้รู้เสียบ้างว่าการมีพ่อคอยหนุนหลังเป็นยังไง!”
“…”
ไป๋เยวียนกระตุกมุมปาก ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า
ในเวลานี้
