ห้านาทีต่อมา
“ฟื้นตัวได้ดีแล้วใช่ไหม?”
ไป๋เยวียนถามขึ้น สีหน้าไหววูบ
“เต็มร้อย!”
หวางชิงฉีกยิ้ม
หานอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เช่นกัน รอบกายแผ่กลิ่นอายพลังลี้ลับอันแข็งแกร่ง
แม้แต่โจวหานซึ่งบาดเจ็บสาหัสและมีสภาพย่ำแย่ที่สุด ก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้มากกว่าครึ่งแล้ว
เมื่อครู่ ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของเขา
ไป๋เยวียนจึงขอยืมอุปกรณ์ภูตผีจากเหล่าผู้ฝึกหัดมาได้ไม่น้อย ทำให้ทั้งสี่ฟื้นสภาพกลับมาได้…
“งั้นไปกันต่อ!”
ไป๋เยวียนฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ช้ากว่านี้อีกหน่อย พวกผีก็คงหนีไปไกลแล้ว…”
ตอนนี้ผีดุร้ายขั้นสามอักขระส่วนใหญ่จากไปแล้ว แต่ที่นี่อยู่ใจกลางเมืองจงหยวน พวกมันต้องใช้เวลาอยู่บ้างกว่าจะหนีออกจากเมืองได้
ยิ่งไปกว่านั้น ฟ้ากำลังจะสาง คนภูตวิญญาณจำนวนมากจะเดินทางไปซื้อของที่ถนนคนภูตวิญญาณ ทำให้ผีดุร้ายไม่กล้าออกไปอย่างโจ่งแจ้งนัก
ตอนที่พวกมันมาถูกเทียนผีหยินดึงดูด ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกควบคุม จึงไม่หวาดกลัวอะไรทั้งนั้น
แต่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว ผีดุร้ายกลับเริ่มหวาดระแวงขึ้นมาบ้าง…
ถึงอย่างไร เพราะมีจางชิงเต้าอยู่ เมืองจงหยวนแห่งนี้จึงเป็นเขตต้องห้ามของผีใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร…
ไม่นานนัก
ไป๋เยวียนกับพวกก็เริ่มออกล่าอีกครั้ง…
พวกเขาไม่ได้หวังว่าจะกำจัดผีดุร้ายได้ทั้งหมด แค่เหลือผีดุร้ายขั้นสามอักขระไว้สักสี่ห้าตัวก็ถือว่าดีมากแล้ว…
ระหว่างที่พวกเขากำลังลงมือ
บริเวณหลังเขาของสำนักศึกษา
