“เอาใจใส่กันขนาดนี้เชียว?”
ไป๋เยวียนยิ้มให้ผีดุร้ายที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ
วินาทีถัดมา ความเร็วของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นทันที เขาพยายามหนีไปให้ไกล
แต่แล้วเสียงดังปังก็ดังก้องขึ้น ราวกับเขาชนเข้ากับกำแพงเหล็ก ร่างกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย ถึงขั้นปะทะเข้ากับผีดุร้ายชุดแดงอย่างใกล้ชิด...
ไป๋เยวียนรีบถอยห่าง ตั้งใจจะหนีอีกครั้ง ทว่ารอบด้านกลับมีสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น เขาขยับตัวไม่ได้ ได้แต่แนบชิดอยู่กับร่างของผีดุร้าย
“ร่มกระดาษนี่ขวางฉันไว้หรือ?”
ไป๋เยวียนเหลือบมองเหนือศีรษะ แล้วพบว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ออกไปจากอาณาเขตใต้ร่มกระดาษไม่ได้
ในเวลานี้
หานอวี่กับอีกสองคนไม่ต้องรอให้เขาพูด ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปหาเขาเพื่อช่วยให้หลุดพ้น
แต่
การโจมตีของทั้งสามกระแทกเข้ากับสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น โดยไม่เกิดผลใด ๆ
สีหน้าของทั้งสามพลันเคร่งเครียด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากโจมตีต่อไป
ผีดุร้ายชุดแดงไม่สนใจการโจมตีจากอีกสามคนแม้แต่น้อย มันเพียงจ้องไป๋เยวียนด้วยแววตาพิกล
ไป๋เยวียนเองก็รู้สึกว่าท่าไม่ดี จึงคิดจะให้หน้ากาผีลงมือทันที
แต่ในชั่วพริบตา
เสียงกรีดร้องแหลมสูงพลันดังขึ้น สีหน้าของไป๋เยวียนก็แข็งค้างทันที
จากนั้น
สีหน้าของผีดุร้ายชุดแดงก็แข็งค้างตามไปด้วย
ส่วนไป๋เยวียนกลับเผยสีหน้าพิกล ขณะเดียวกันกลิ่นอายเย็นเยียบของผีดุร้ายก็แผ่ซ่านออกมาจากร่าง
