“……”
ฉินอวิ้นมองภาพตรงหน้า ในใจอดสบถด่าอย่างบ้าคลั่งไม่ได้
เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะให้พูดสั่งเสียสักสองสามคำ ใครจะคิดว่าพริบตาถัดมาก็ลงมือสังหารจนสิ้นซาก แบบนี้มันทรมานกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือ...
และในตอนนั้นเอง
จางชิงเต้าเหลือบมองเขาอย่างเรียบเฉย แววตาคล้ายแฝงความหมายบางอย่าง
ฉินอวิ้นใจหายวาบ รีบหยุดเสียงบ่นในใจทันที
บัดซบเอ๊ย อ่านใจคนได้หรือไง?
ชั่วขณะนั้น เขารู้สึกเพียงว่าจางชิงเต้าลึกล้ำยากหยั่งถึง มิใช่คนที่ผู้ใช้พลังภูตวิญญาณคำสาปที่หกซึ่งเขาเคยพบจะเทียบได้
จางชิงเต้าไม่ได้มองเขาอีก หากปล่อยพลังลี้ลับในร่างแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อครู่แม้เขาจะโจมตีร่างของลู่ชิงโจวและคนอื่น ๆ จนแหลกสลาย แต่ก็ยังไม่ได้กำจัดพวกนั้นจนสิ้นซาก
แม้เขาจะอยู่ในขั้นคำสาปที่หก แต่ก็ไม่มีวิชาที่กดข่มร่างอมตะได้อย่างไป๋เยวียน ทำได้เพียงบดขยี้พลังลี้ลับในร่างของพวกนั้นให้หมดไป
เพียงชั่วไม่กี่ลมหายใจ
ร่างของลู่ชิงโจวและคนอื่น ๆ ก็ถูกประกอบขึ้นใหม่แล้วแตกสลายซ้ำไปกว่าสิบครั้ง ก่อนจะดับสูญลงอย่างสิ้นเชิง ก่อนตายถึงกับพูดสักคำก็ยังทำไม่ได้
“……”
ฉินอวิ้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพตรงหน้าแล้วเลือกจะเงียบอย่างฉลาด ไม่กล้าแสดงความเห็นใด ๆ อีก
“รับเงินไปตั้งมากมาย แต่กลับคุ้มครองผู้ใช้พลังภูตวิญญาณคำสาปที่ห้าแค่ไม่กี่คนไม่ได้ น่าอับอายจริง ๆ...”
เขารำพึงในใจ
แต่พอนึกได้ว่าอีกไม่นานก็ต้องยกทรัพยากรลี้ลับที่ได้มาให้คนอื่น ความรู้สึกผิดในใจก็จางหายไป
