“เพราะไม่มีใครขึ้นมานานเกินไปหรือเปล่า?”
ไป๋เยวียนพึมพำกับตัวเอง แววตาครุ่นคิด
“ระวังตัวหน่อย...”
หานอวี่มีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยช้า ๆ ว่า
“ชั้นนี้ไม่มีเขตแดนผีคลุ้มคลั่ง แต่ฉันกลับรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง...”
ทุกคนพยักหน้า ในใจย่อมไม่ลดความระแวดระวังลงแม้แต่น้อย
ตัวตนที่ควบคุมโรงพยาบาลทั้งแห่งได้ ย่อมมีพลังไม่ด้อยไปกว่าหมอผีทั้งสาม...
ไม่นานนัก
ทุกคนก็เดินไปตามทางเดินที่ปกคลุมด้วยฝุ่น
รอบด้านยังคงมีเพียงผนังโล่ง ๆ ไม่มีห้องสักห้อง พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินหน้าต่อไป
แต่เมื่อเดินผ่านหัวมุมหนึ่ง ทุกคนก็หยุดฝีเท้าพร้อมกัน
“ชั้นสี่มีขนาดแค่นี้เองหรือ?”
โจวหานชะงักไปเล็กน้อย อดอ้าปากค้างไม่ได้
ขณะนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนทางเดินยาวราวสิบกว่าเมตร เบื้องหน้าสุดทางไม่มีทางไปต่อ มีเพียงประตูไม้เก่าคร่ำคร่าบานหนึ่ง
“ต้นตอความประหลาดอยู่หลังประตูบานนั้นหรือ?”
ทุกคนมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องประตูไม้เบื้องหน้าไม่วางตา
กลิ่นอายประหลาดแผ่เข้ามา
ชั่วพริบตา สายตาของพวกเขาพล่าเลือน ราวกับเห็นเลือดมหาศาลทะลักออกมาจากหลังประตู ก่อนจะกลืนกินพวกเขาจนมิดในทันที...
แต่เพียงพริบตาเดียว ทุกคนก็กลับมาเป็นปกติ แววตาเต็มไปด้วยความตะลึง
“เมื่อกี้เป็นภาพหลอนหรือ?”
ไป๋เยวียนพึมพำอย่างอดไม่ได้
“ไม่ใช่...”
หานอวี่ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
