“เจี่ยหยวน เรื่องนี้แกไม่เห็นบอกฉันเลย!”
แววหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาของเจียงหลง เขาเอ่ยถามเจี่ยหยวนอย่างเอาเรื่อง
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?!”
เจี่ยหยวนเหลือบมองเขาแล้วกล่าวว่า
“ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจางชิงเต้าจะให้ความสำคัญกับพวกเขาถึงเพียงนี้!!”
เขามองโจวหานอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดคนผู้นี้จึงได้รับความสำคัญถึงเพียงนี้
หรือว่าจะมีสายเลือดเกี่ยวข้องกับจางชิงเต้า?
“แล้วเราจะทำยังไงกัน?! ถ้าจางชิงเต้ามาจริง ๆ ละก็...”
สีหน้าของเจียงหลงเต็มไปด้วยความลังเลหวาดหวั่น ถึงขั้นคิดจะหนีไปเดี๋ยวนั้น
“จะลนลานไปทำไม?!”
เจี่ยหยวนกลับมาสงบดังเดิม ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า
“บางทีไอ้เด็กนั่นอาจแค่หลอกพวกเราก็ได้? ลืมที่มันพูดเหลวไหลเมื่อกี้ไปแล้วหรือ?”
เจียงหลงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงนิสัยของไป๋เยวียนขึ้นมาได้ทันที
“ฉันลืมไปเสียสนิท...”
เขามองไป๋เยวียนอย่างลึกซึ้ง
ต่อให้ต้องเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีผี ก็ยังดีกว่าเชื่อคำพูดของไป๋เยวียน...
ในจังหวะนั้นเอง
จดหมายแจ้งผลการรับเข้าศึกษาบนพื้นยังคงแผ่กลิ่นอายลี้ลับออกมา
ตัวอักษรที่เขียนด้วยพู่กันบนจดหมายแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำหมึก ไหลวนไม่หยุดราวกับมีชีวิต ภาพที่เห็นช่างพิกลนัก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
น้ำหมึกเหล่านั้นกลับไม่ได้รวมตัวเป็นร่างของจางชิงเต้า หากแต่สลายหายไปกลางอากาศ ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
