ในเวลานี้ เจี่ยหยวนยกมือเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“หัวหน้ากรมจาง เพื่อเด็กไม่กี่คนถึงกับมาเองทั้งร่างจริง แบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ...”
“ร่างจริง?”
จางชิงเต้าได้ยินก็ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า
“ร่างจริงของฉันกำลังยุ่งอยู่ จะมีเวลามาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ร่างแยก?!”
เจี่ยหยวนขมวดคิ้วแน่น
“หัวหน้ากรมจางล้อเล่นแล้ว ยันต์โลหิตแผ่นนี้สกัดคนภูตวิญญาณที่ต่ำกว่าสี่อักขระได้เชียวนะ!”
“เรื่องทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น...”
แววตาจางชิงเต้าปรากฏรอยยิ้มสงบนิ่ง เขากล่าวต่อว่า
“แกไม่ต้องหยั่งเชิงฉันหรอก ไม่ว่าจะเป็นร่างจริงหรือร่างแยก สำหรับพวกแกแล้วก็ไม่ต่างกัน”
“...”
เจี่ยหยวนสูดหายใจลึก ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“ถ้าเป็นแค่ร่างแยก คิดจะจัดการพวกเราสองคนที่อยู่ขั้นสามอักขระ เกรงว่าจะมั่นใจเกินไปหน่อยกระมัง?”
“สองคน? มีสองคนเสียที่ไหน?”
จางชิงเต้าเลิกคิ้ว แววตาฉายความเย้ยหยัน
“หืม?”
เจี่ยหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันขวับไปมองเจียงหลงที่อยู่ข้างกาย
เวลานี้แววตาของเจียงหลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังเห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เขาพยายามดิ้นรน แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย
“อย่า... อย่า...”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแทบจะวิงวอน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาสุดขีด
ขณะเดียวกัน
ในสายตาของเจียงหลง เขายังคงยืนอยู่กลางโถงอาคารสำนักงาน ทว่ารอบด้านกลับไร้ผู้คน
พลังประหลาดสายหนึ่งพันธนาการร่างเขาไว้จนขยับไม่ได้
