วันที่ 12 ของช่วงห้ามทำประมง เวลาบ่ายสองโมงกว่า แดดร้อนจนใคร ๆ ก็รู้สึกเกียจคร้าน
ทุกอย่างในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดำเนินไปตามปกติ ลุงเหม่ยเฝ้าดูมาตรวัดกำลังของเครื่องเติมอากาศอยู่ในบ้านสำเร็จรูป ลูกปลาแหวกว่ายไปมาอย่างสบายใจในบ่อ ส่วนซูชิงฉานตรวจคุณภาพน้ำตามกำหนดเสร็จตั้งแต่ช่วงเช้า ข้อมูลทุกอย่างปกติเสียจนชวนให้น่าเบื่อ
อี้นั่วถักผมเป็นเปียแกละสองข้าง มือหนึ่งถือถังใบเล็กสีชมพู วิ่งออกมาจากหลังบ้านสำเร็จรูป รองเท้ามีทรายติดอยู่ ดวงตาเป็นประกายสดใส
“พี่เจียหนาน...พี่เจียหนาน น้ำลงไปเยอะเลย! ตรงหาดตื้นมีโขดหินโผล่ออกมาเต็มไปหมด หนูอยากไปเก็บเปลือกหอยสวย ๆ!”
จางเจียหนานพิงกรอบประตูบ้านสำเร็จรูป พลางไถดูข้อมูลห้องถ่ายทอดสดในโทรศัพท์มือถือ พอได้ยินก็เงยหน้ามองทะเลที่อยู่ไกลออกไป น้ำลดลงไปมากจริง ๆ หาดตื้นนอกเขตห้ามทำประมงรอบฟาร์มเผยให้เห็นโขดหินและชายหาดกว้างใหญ่
“ได้สิ วันนี้ก็ไม่มีธุระอะไร พาไปเดินเล่นสักพักแล้วกัน”
เขากำลังจะลุกขึ้น หางตาก็เหลือบเห็นซูชิงฉานโผล่หน้ามาจากหลังโต๊ะทดลอง ริมฝีปากขยับเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็หดกลับไป
จางเจียหนานหัวเราะเบา ๆ “อาจารย์ซูจะไปด้วยกันไหม? ขลุกอยู่กับข้อมูลทั้งวัน ถึงเวลาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างแล้ว”
ซูชิงฉานลังเลอยู่สองวินาที ก่อนวางปิเปตในมือลง “รอฉัน 5 นาที”
5 นาทีต่อมา เธอเดินออกมาจากบ้านสำเร็จรูป เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแห้งไวสีเทาอมฟ้ากับกางเกงขาสั้น ผมรวบเป็นหางม้าเรียบง่าย สวมรองเท้ากันลื่นสำหรับเดินลุยน้ำ
อี้นั่วมองเธอตาโต “พี่ชิงฉานสวยจังเลย! ดูไม่เหมือนตอนปกติเลยสักนิด!”
ปลายหูของซูชิงฉานแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย “ไปกันเถอะ อย่ามัวชักช้า”
