ทันทีที่อวนลากก้นทะเลเลื่อนลงสู่ผืนน้ำทางท้ายเรือพั่วล่าง สัมผัสวารีสีครามของจางเจียหนานก็จับจ้องอวนผืนนั้นราวกับมีดวงตา
อวนทรงกรวยขนาดมหึมาค่อย ๆ กางออกใต้น้ำ ตะกั่วถ่วงน้ำหนักดึงปากอวนให้จมลง ความเร็วในการลากรักษาไว้ที่ราว 3 นอต ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสมที่สุดตามประสบการณ์สามสิบปีของลุงโจว
แต่ทิศทางและความลึกอยู่ในการควบคุมของจางเจียหนาน
ภายใต้สัมผัสวารีสีคราม เขาสั่งการได้อย่างแม่นยำ “หักหางเสือซ้าย 5 องศา รักษาทิศทางไว้”
ลุงโจวหมุนหางเสือตามสัญชาตญาณ พอทำเสร็จถึงได้สติ จึงถามอย่างตกใจว่า “เถ้าแก่จางรู้ได้ยังไงว่าฝูงปลาว่ายไปทางไหน?”
จางเจียหนานชี้ไปยังหน้าจอเครื่องหยั่งความลึกที่แดงเข้มจนเกือบม่วง แล้วตอบกึ่งจริงกึ่งเท็จว่า “ดูทิศทางที่ความหนาแน่นของสัญญาณเบี่ยงไปสิ ทางตะวันออกเฉียงใต้หนาแน่นที่สุด”
ลุงโจวโน้มตัวเข้าไปดู แล้วก็พบว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ขอบกลุ่มสีแดงหนาแน่นกว่าทางตะวันออกเฉียงใต้อย่างเห็นได้ชัด เขาจุ๊ปากเบา ๆ สายตาของหนุ่มคนนี้เฉียบคมจริง ๆ
สิบห้านาทีต่อมา จางเจียหนานก็เอ่ยขึ้นในที่สุด “ลุงโจว…เก็บอวน!”
ลุงโจวชะงัก รีบพูดว่า “เพิ่งลากไปแค่สิบห้านาทีเองเหรอ? ปกติลากอวนก้นทะเลอย่างน้อยต้องหนึ่งชั่วโมง…”
“ไม่ ต้องเก็บเดี๋ยวนี้!” จางเจียหนานยืนกรานเสียงหนักแน่น
ลุงโจวไม่ถามต่อ เขารู้สึกมานานแล้วว่าจางเจียหนานไม่ใช่คนธรรมดา อีกฝ่ายว่าอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น!
เขารีบดึงคันบังคับเครื่องกว้านไฮดรอลิกขึ้น อุปกรณ์ส่งเสียงหึ่งทุ้มต่ำ กว้านม้วนสายเคเบิลเหล็กเริ่มหมุน สายเคเบิลเหล็กของอวนลากที่หนาเท่าท่อนแขนค่อย ๆ พันรอบกว้านทีละรอบ
บนดาดฟ้า ซูชิงฉานกับอี้นั่วยืนมองผิวน้ำอยู่หลังเส้นนิรภัย ลมทะเลพัดผมหางม้าของอี้นั่วปลิวสะบัดไปด้านข้าง แต่กิมบอลในมือเธอกลับนิ่งสนิท เลนส์กล้องจับจ้องผืนน้ำท้ายเรือไม่กะพริบ
