“ร้านยาที่ใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นร้านยาถังจี้กระมัง! ข้าได้ยินว่าร้านยานี้เป็นสาขาของร้านยาชื่อดังในเมืองหลวง มีสาขาอยู่ทั่วทุกหัวเมือง” เยี่ยจือชิวเคยมาอำเภอฟางหลายครั้ง จึงพอรู้จักเส้นทางอยู่บ้าง
เป็นร้านที่มีสาขาทั่วแคว้นเลยหรือ นี่เองระบบจึงให้นางมาที่ร้านนี้
“เช่นนั้นเราไปขายเหยื่อกันก่อน แล้วค่อยไปร้านยาถังจี้ในภายหลังเถิด!”
“ดี!”
ทั้งสี่คนมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมชื่อดังประจำอำเภอ
“โรงเตี๊ยมเมฆา!”
เหตุใดทุกยุคทุกสมัยจึงต้องมีโรงเตี๊ยมชื่อนี้ด้วยนะ!
หลินซีเห็นชื่อโรงเตี๊ยมแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ช่างเป็นชื่อที่สามัญเหลือเกิน!
“ท่านลูกค้าจะรับประทานอาหารหรือจิบน้ำชาหรือขอรับ?” เสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
เยี่ยจือซ่วงแอบยัดเหรียญทองแดงสองเหรียญให้ “น้องน้อย พวกเราล่าแพะป่ามาได้ตัวหนึ่ง มันยังสดใหม่อยู่ รบกวนถามเจ้าของร้านของท่านทีว่า รับซื้อหรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อรับเหรียญทองแดงสองเหรียญด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเหลือบมองเกวียนล่อของพวกเขา
“ท่านลูกค้าโปรดรอสักครู่ ขอข้าเข้าไปถามเจ้าของร้านให้ก่อน”
ไม่นานนัก เสี่ยวเอ้อก็พาชายฉกรรจ์พุงพลุ้ยคนหนึ่งออกมา
“ใครจะขายเหยื่อบ้างล่ะ!”
“เจ้าของร้านฉิน!”
เยี่ยจือชิวนั่งอยู่บนเกวียน เอ่ยทักทายชายคนนั้น
“อ้าว นี่ไม่ใช่ท่านพี่เยี่ยหรอกรึ หายหน้าไปเสียนาน! ครึ่งปีมานี้ไม่เห็นเจ้ามาขายเหยื่อเลย ข้ายังนึกว่าเจ้าเลิกล่าสัตว์ไปแล้วเสียอีก! วันนี้มีของป่าสดใหม่สิ่งใดมาบ้าง?”
เยี่ยจือชิวคลำขาตัวเอง “ก่อนปีใหม่ข้าเผลอถูกหมีตาบอดทำร้ายที่ขา จึงไม่ได้ล่าสัตว์อีกเลย นี่เป็นแพะป่าที่น้องชายข้าขึ้นเขาไปล่าได้วันนี้ เจ้าของร้านฉินดูเถิดว่า รับซื้อไหม?”
