รุ่งเช้าฟ้ายังไม่สว่างดี เยี่ยจือชิวก็ตื่นแต่เช้าตรู่
มองคนในอ้อมกอดที่หลับใหลอย่างสงบ ในแววตาเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ค่อย ๆ ดึงแขนออกจากใต้คอนาง ลุกขึ้นคลานไปยังปลายเตียงอิฐ โน้มตัวดึงเก้าอี้ล้อเลื่อนข้างเตียงเข้ามา แล้วนั่งลงอย่างระมัดระวัง
เปิดประตูบ้านอย่างเบามือ เริ่มเตรียมอาหารเช้า
หลินซีหลับลึกมากในค่ำคืนนี้ หลับจนถึงรุ่งสาง
“แย่แล้ว ข้านอนจนถึงเวลานี้ได้อย่างไร อีกเดี๋ยวก็จะขึ้นเขาแล้ว”
นางรีบลนลานลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า เมื่อเปิดประตูรั้ว เยี่ยจือชิวก็ตักอาหารเรียบร้อยแล้ว
“ภรรยาตื่นแล้วหรือ เร็วเข้า ล้างหน้าตากินข้าวเถิด”
หลินซีขยี้ตา มองดูอาหารบนโต๊ะ “เหตุใดท่านตื่นเช้าเช่นนี้ ไม่เรียกข้าเลย”
“คิดอยากให้เจ้าหลับต่ออีกสักหน่อย จึงมิได้รบกวน”
ทั้งสองเพิ่งนั่งลงกินข้าว ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวนอกประตู
“คงเป็นสี่ตี้กับห้าตี้มาถึงแล้วกระมัง!” หลินซีก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตู ดึงสลักจากด้านในเปิดออก
“ท่านพี่สะใภ้ใหญ่!”
หลินซีมองดูทั้งสอง “พวกเจ้ากินข้าวหรือยัง พี่ชายใหญ่ของพวกเจ้าทำไว้มากตอนเช้า เข้ามากินหน่อย อีกประเดี๋ยวเราขึ้นเขาไปด้วยกัน”
“ข้า พวกข้ากินมาแล้ว ไม่ต้องแล้วขอรับ ท่านพี่สะใภ้ใหญ่กินกับพี่ใหญ่เถิด พวกข้าจะรดน้ำแปลงผักตรงนี้ที่หน้าประตู” เยี่ยจือซ่งโบกมือปฏิเสธด้วยความเขินอาย
เมื่อคืนเหล่าอู่กับเขากินกระต่ายป่าไปครึ่งตัว รุ่งเช้าท่านพี่สะใภ้รองแอบแม่เหลือโจ๊กสองถ้วยกับหวอหวอให้พวกเขาสองคนเพียงสองชิ้น แท้จริงแล้วไม่พอประทังชีวิต คาดว่ายังไม่ถึงเที่ยงก็คงหิวแล้ว
