“ต้นเหมันต์ปีก่อน ข้าเข้าป่าไปกับพ่อและน้องชาย เจอหมีดำเข้าถูกมันตีตกลงมาจากไหล่เขาแล้วบาดเจ็บ”
เยี่ยจือชิวหวนนึกถึงตอนที่ช่วยชีวิตพ่อกับน้อง ๆ เอาไว้ จากนั้นก็คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ ใจพลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในอก
“บาดเจ็บถึงกระดูกหรือไม่?”
หลินซีถามพลางยื่นมือไปหมายจะเปิดกางเกงเพื่อดูอาการที่ขาของเขา
“อืม พ่อไปเชิญหมอจากโรงหมอในอำเภอมาตรวจ บอกว่ากระดูกหักต่อไม่ได้ ชาตินี้........”
“ไม่เป็นไร อย่าเพิ่งหมดหวัง! บางทีหมอผู้นั้นวินิจฉัยไม่แม่นยำ รอวันหน้าได้พบหมอที่ดียิ่งกว่า ก็อาจรักษาให้หายได้!”
เห็นท่าทางสิ้นหวังและเจ็บปวดของเขา หลินซีจึงไม่ได้แตะต้องตัวเขาอีก ถอดเสื้อนอกออกแล้วนอนลงอย่างสงบเสงี่ยม
“นอนเถิด!”
“อืม!”
ทั้งคืนไม่มีคำพูดใด จนกระทั่งจวนสว่าง ถูกเสียงพูดคุยในเรือนปลุกให้ตื่น
หลินซีมองดูสีท้องฟ้าทางหน้าต่าง ยังมีเพียงแสงสางจาง ๆ เท่านั้น
คนยุคโบราณตื่นกันแต่เช้าตรู่จริงแท้!
นางพลิกตัวหมายจะนอนต่อ
ไม่ทันคิดว่าบุรุษข้างในพลันส่งเสียง
“วันนี้ต้องไปรินน้ำชาคารวะท่านพ่อท่านแม่ พวกเราค่อยนอนกันอีกหนึ่งก้านธูป ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เป็นแม่กับน้องสะใภ้รองที่ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้า!”
“โอ้!”
หลินซีหลับตาลงนอนต่ออีกครั้ง
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกที ท้องฟ้าก็สว่างไสวแล้ว
หลินซีลุกขึ้นนั่ง ก็พบว่าบุรุษที่อยู่ตรงหัวเตียงตื่นขึ้นมานานแล้ว
“เช้าตรู่!”
เยี่ยจือชิวมีท่าทางฉงนเล็กน้อย เช้าตรู่?...หมายความว่าอย่างไร.......
“เอ่อ.. ท่านตื่นแล้วหรือ?”
เยี่ยจือชิวถึงได้เข้าใจทีหลังว่า นางกำลังทักทายตน
