พ่อลูกสามสกุลเยี่ยกลับมาจากนา มองดูแล้วอีกไม่นานก็จะเข้าวสันต์ หิมะในนาละลายหมดแล้ว แต่ก็ยังลงไปไม่ได้
ชื้นแฉะเกินไป ล้วนเป็นโคลน ก้าวลงไปก็ยกเท้าไม่ขึ้น ต้องรอให้น้ำในนาแห้งอีกสักหน่อยจึงจะพลิกดินหว่านเมล็ดพันธุ์ได้
ไม่กี่วันก่อนผู้ใหญ่บ้านยังพูดถึงเรื่องแจกเมล็ดพันธุ์ปีนี้เลย นอกจากที่ผู้ใหญ่บ้านแจก
แต่ละครัวเรือนก็เตรียมไว้เองบ้าง ดูว่าบ้านไหนมีเมล็ดพันธุ์มากก็เจรจาแลกเปลี่ยนกัน
อย่างนี้ก็ไม่ต้องกลัวไม่มีเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกแล้ว
ช่วงนี้หลินซีก็หาเสี่ยวจิ่วซื้อเมล็ดพันธุ์เพิ่มไม่น้อย รอแค่ดินพอพลิกได้ ก็จะเตรียมการลงมือปลูก
หลังวันที่สองเดือนสอง พอดีดินแห้งหมาด ๆ ก็เกิดฝนวสันต์ระลอกหนึ่งอีก
ฝนวสันต์มาพร้อมฟ้าร้องวสันต์ สร้างความตื่นเต้นให้ชาวบ้านยิ่งนัก
ต่างว่า ฝนวสันต์มีค่ายิ่งกว่าน้ำมัน ดูท่าปีนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องภัยแล้งอีกแล้ว
ชาวบ้านจะไม่ดีใจได้อย่างไร?
ฝนนี้ตกหนึ่งวันครึ่ง พอบ่ายวันที่สองฟ้าก็โปร่งแจ่มใส
รอจนนาเข้าไปได้ ชาวบ้านก็เริ่มเร่งมือพลิกดินกันใหญ่
ไถ จอบ ส้อม...เครื่องมือเพาะปลูกใดก็ตามที่ใช้ได้ ล้วนไม่มีชิ้นไหนได้พัก
ทุกครัวเรือน ชายหญิงแก่เด็ก ล้วนง่วนอยู่ในนา
หลินซีกับครอบครัวย่อมเช่นกัน
เช้าตรู่หลังกินข้าวเสร็จ พวกเขาก็แบกเครื่องมือเพาะปลูกออกจากบ้าน
นาอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ประมาณห้าสิบก้าว
เมื่อถึงคันนา หลี่ชุ่ยอวิ๋นกับลูกชายก็กำลังง่วนอยู่ในนา
