เยี่ยจือชิวจะพูดออกไปได้อย่างไร ว่าเมื่อคืนทั้งสองคนออกแรงกันหนักเกินไป จนทำให้นางลงจากเตียงไม่ไหว
“ซีเอ๋อร์ยังง่วงนอนอยู่ วันนี้ไม่กลับมาฝั่งนี้แล้ว ข้าจะยกอาหารไปกินกับนาง”
หลินตงดึงตัวเยี่ยจือชิวไว้อย่างร้อนใจ “ซีเอ๋อร์ไม่สบายหรือไม่ นางได้จับชีพจรตัวเองแล้วหรือยัง เจ้าต้องการให้ข้าตามไปดูหรือไม่”
เผชิญกับสามคำถามของหลินตง เยี่ยจือชิวรู้ดีว่าหากปิดบังต่อไป ตนเองคงรับมือไม่ไหวแน่
“คือว่า พี่ตง......อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ก็แค่......เมื่อวานพวกเราสองคน......เอ่อ คือว่า ได้เข้าหอแล้ว นาง......นางค่อนข้างอ่อนล้า ข้าเลยให้นางนอนพัก ไม่ต้องลงมา”
เยี่ยจือชิวพูดจบอย่างตะกุกตะกักด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หลินตงมองเขาราวกับคนโง่เขลา “ไม่ใช่ พวกเจ้าแต่งงานกันมาเกือบปีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงเพิ่ง......เข้าหอเอาตอนนี้”
“ข้า......ข้าคิดว่าจะฟังความเห็นของซีเอ๋อร์ จะบังคับนางได้อย่างไร”
“........”
คราวนี้เป็นหลินตงที่รู้สึกกระดากอายบ้าง
“เอ่อ คือว่า ได้เลย เจ้าดูแลซีเอ๋อร์ให้ดี ในครัวมีข้าวต้มเตรียมไว้ให้พวกเจ้าบนเตาแล้ว มื้อกลางวันก็จะฝากไว้ให้บนเตาเช่นกัน เจ้ากลับมายกไปให้นางกิน”
“ได้เลย ลำบากพี่ตงแล้ว” เยี่ยจือชิวยิ้มขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้ง
หลินตงมองสภาพเขาเช่นนั้น จึงกลอกตาใส่ ก่อนจะหันหลังลากเยี่ยจือซ่วงที่อยู่ข้าง ๆ อยากฟังเรื่องซุบซิบเข้าไปในเรือนตะวันออก
“พี่ตง ท่านพี่สะใภ้ใหญ่เล่า นางไม่กลับมาหรือ เมื่อวานบอกว่าวันนี้จะขึ้นภูเขาไปเก็บกีวีนี่ พวกเรารอตั้งนานนางก็ไม่มา......”
