ยามค่ำ ทั้งสองนอนอยู่บนเตียง
เยี่ยจือชิวใช้สองมือยันกายขึ้น มีท่าทีอึกอักลังเล แอบชำเลืองมองหลินซีที่นอนอยู่ปลายเตียงอิฐ
“เป็นอะไรหรือ?”
หลินซีได้ยินเสียงเคลื่อนไหว หันมามองชายหนุ่มทางหัวเตียง
“ข้า... เจ้า...”
ท่าทางของเขาทำให้หลินซีตกใจ นางลอบคิดในใจ ชายคนนี้คงไม่คิดจะ... อะไรทำนองนั้นกับนางหรอกกระมัง!
ชั่วเวลาเพียงสั้น ๆ ในหัวนางกลับนึกไปถึงปัญหาว่า ในภายหน้าใครจะเป็นคนเลี้ยงดูลูกแล้ว
“ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากเล่าให้เจ้าฟัง”
หลินซีใจเต้นรัวเล็กน้อย หากเขายกเรื่องนั้นขึ้นมาจริง ๆ นางจะตอบตกลงดี หรือปฏิเสธดี
“เช่นนั้น... เอ่อ... ท่านว่ามาเถิด!”
เยี่ยจือชิวเงี่ยหูฟังภายนอก เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงใด ๆ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด
“คือว่า... ครั้งที่ท่านย่าใกล้สิ้นใจ ท่านได้ฝากของบางอย่างไว้ให้ข้า มันถูกฝังอยู่ตรงหัวเตียงอิฐของเรานี่แหละ เจ้าไปขุดขึ้นมาดูสิ”
“......”
พี่ชายเอ๋ย ท่านอุตส่าห์เก็บงำมาเนิ่นนาน ก็เพื่อเล่าเรื่องนี้?
จู่ ๆ ในใจของหลินซีก็รู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด หาเหตุผลมิได้
“อ้อ!”
นางลุกจากเตียงอย่างเสียมิได้ สวมเสื้อผ้าชั้นนอก
หยิบจอบจากกระบุงหลังประตู ขุดตรงที่ที่เยี่ยจือชิวบอกอย่างละเอียดลออ เพียงครู่ก็เห็นไหดินเผาใบหนึ่งจริง ๆ
“มันคือไหใบหนึ่งหรือ?”
เยี่ยจือชิวเองก็ไม่รู้ว่าท่านย่าฝากอะไรไว้ให้ เขาไม่เคยแตะต้องมันเลย
“ข้าไม่รู้ เจ้าเอาออกมาดูเถิด!”
หลินซีหยิบไหออกจากหลุมดิน แล้วกลบดินกลับเข้าไปให้เหมือนเดิม ใช้เท้าเหยียบให้แน่น
