เยี่ยเหวินไม่สนใจเสียงร่ำไห้ของแม่ลูกทั้งสาม จ้องมองเพียงเยี่ยต้าจ้วงเท่านั้น
“เจ้าจะเลือกแขนหัก หรือขาหัก?”
เยี่ยต้าจ้วงรู้แก่ใจว่าคราวนี้คงหนีไม่พ้นง่าย ๆ แล้ว ผู้คนมากมายจับตาดู ภายภาคหน้าเกรงว่าในหมู่บ้านจะไม่มีที่ยืนให้เขาอีก
“ผู้ใหญ่บ้าน มิเช่นนั้นท่านขับไล่ข้าออกจากหมู่บ้านเถิด ข้าขอสาบาน! ข้าจะไม่เล่าเรื่องที่นี่ให้ผู้ใดฟังเด็ดขาด หากพวกท่านไม่เชื่อ ข้ายอมให้แม่และน้องชายข้าอยู่ที่นี่ ต่อให้ข้าไม่ใช่คนดี แต่ข้าจะละเลยชีวิตความเป็นตายของแม่กับน้องชายข้าไม่ได้.....”
เทียบกับแขนหักขาหักแล้ว การออกหุบเขาไป บางทีอาจมีทางออกอื่นอีก
“ไม่ได้ ผู้ใหญ่บ้านอย่าไปเชื่อคำเขาเด็ดขาด”
“หากเขาพาคนมาพบหุบเขาของเรา ช่วยแม่กับน้องชายหนีไป แล้วทรยศหักหลังเรา จะทำอย่างไร?”
ทุกคนเอ่ยถึงความกังวลในใจของเยี่ยเหวิน เขาไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย
“ข้าจะไม่ให้เจ้าออกจากหุบเขานี้แน่ จงตัดใจเสียเถิด กล้าทำก็ต้องกล้ารับผิด หลบหนีมิใช่ลูกผู้ชาย เจ้าจะให้แม่และพี่น้องของเจ้าใช้ชีวิตในหมู่บ้านต่อไปได้อย่างไร เจ้าเคยคิดหรือไม่?” เยี่ยเหวินหว่านล้อมด้วยใจจริงจัง
“พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคำซุบซิบของเพื่อนบ้าน แบกชื่อเสียงของชายที่ข่มขืนหญิง เป็นพี่น้องของชายข่มขืนไปทั้งชีวิต นี่คือสิ่งที่เจ้าอยากเห็นหรือ?”
เยี่ยต้าจ้วงส่ายหน้า มองไปทางแม่แท้ ๆ ข้างกายอย่างเจ็บปวด ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ไรผมที่ขมับของนางมีสีขาวมากมาย เอวก็คดงอแล้ว