ทุกคนในที่นั้นคิดว่า หลี่ชุ่ยอวิ๋นเป็นเพียงหญิงม่ายน้อยอ่อนแอ จะมีเรี่ยวแรงที่ไหน ทำให้คนเจ็บปวดรวดร้าวได้ถึงปานนี้
ต้องเป็นเยี่ยต้าจ้วงเสแสร้งแสดงละครเป็นแน่
เมื่อได้เห็นคนชั่วถูกลงโทษสมควรแก่เหตุตามที่หวังแล้ว ต่างคนต่างก็ปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี
"ดี!"
"คนชั่วก็สมควรได้รับโทษเช่นนี้ ดูสิว่าภายภาคหน้าผู้ใดยังกล้ารังแกสตรีอีก"
"นั่นสิ สมควรแล้ว!"
"ข้าว่า ควรตัดรากสกุลมันทิ้งเสียให้สิ้น ดูซิมันจะยังกล้าทำชั่วอีกหรือไม่"
"เอาละ พวกเราต่างแยกย้ายกันเถิด"
เยี่ยเหวินเห็นว่าเรื่องราวจัดการเสร็จสิ้นแล้ว ยามนี้เยี่ยต้าจ้วงเองก็เจ็บจนสลบไป
"ซานจ้วง แบกพี่ชายเจ้ากลับบ้านเถิด เขาฟื้นแล้วบอกเขาด้วยว่า ต่อจากนี้ไปอยู่ในหมู่บ้านก็ทำตัวเป็นคนดีซื่อตรง หากยังกล้าทำชั่วอีก ครั้งหน้าจะมิใช่เพียงแค่หักแขนเช่นนี้อีก"
เยี่ยซานจ้วงเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วพยักหน้ารับ
"อ้อ ใช่แล้ว เรื่องเงินสินไหม เตรียมให้พร้อมก่อนสิ้นเดือนนี้ มอบให้ชุ่ยอวิ๋นเสีย" เยี่ยเหวินนึกขึ้นได้ เงินสินไหมที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เกือบลืมเสียแล้ว
"ท...ทราบแล้ว!"
ซ่งชื่อหนังตาเต้นระริก
สองหมื่นห้าพันอีแปะ นั่นก็คือยี่สิบห้าตำลึงนะ!
ปีนี้นางอุตส่าห์เก็บออมแทบตายกว่าจะได้มายี่สิบตำลึง ยังคิดว่าจะไว้ใช้ตอนรับสะใภ้ให้ต้าจ้วงพวกนั้น ที่ไหนได้...
เจ็บใจแทบเลือดหยด!
เมื่อคิดว่าเงินก้อนโตนี้จะตกแก่มือของหญิงม่ายน้อยข้างบ้าน นางก็ยิ่งเกลียดจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
นางจ้องเขม็งไปที่หลี่ชุ่ยอวิ๋นอย่างมุ่งร้าย
เป็นเพราะนังจิ้งจอกยั่วยวนนี่แท้ๆ ที่ทำร้ายลูกชายนาง มิใช่นางแล้ว
