“ปล่อยนางนั่นเดี๋ยวนี้!”
“ให้ข้ามาจัดการเอง........”
หลินซีวางกระบุงบนบ่าลงตั้งไว้ข้างทาง พลางตะโกนใส่หัวหน้ากลุ่มนักเลงหัวไม้
ในกลุ่มนั้นมีเด็กหนุ่มตัวเตี้ยผอมคนหนึ่ง เมื่อเห็นหลินซีก็มีสีหน้าตกใจ แล้วแอบหลบไปอยู่หลังชายร่างสูงอีกคน เผยเพียงสองตาคอยจับจ้องการกระทำของหลินซีไม่วางตา
“เอ๊ะ แม่นางนี่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน เราเคยพบกันที่ใดหรือไม่?”
เหอจิ่วมองสตรีผู้หนึ่งที่โผล่พรวดเข้ามาในฝูงชน แต่งกายธรรมดาสามัญยิ่ง แต่นางมีใบหน้าที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
เคยเห็นที่ใดกันแน่?
เขานึกเท่าไรก็นึกไม่ออกชั่วขณะ
“วิธีทักทายเชยจริง!”
หลินซีหัวเราะเยาะ
เหอจิ่วชี้หน้าหลินซี “เจ้าคือใคร เกี่ยวข้องอะไรกับพวกมัน?”
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับพวกมัน”
หลินซีถกแขนเสื้อขึ้น พลางพิจารณาบุรุษตรงหน้า คิดว่าจะต้องต่อสู้กับเขาอย่างไร
“ไม่เกี่ยวข้องแล้วเจ้ามายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม ไสหัวไปเสีย! หมัดเท้าพรรคพวกข้าไม่มียางอายดอก จะได้ไม่พลาดไปถูกเจ้าเข้าทีหลัง จนต้องร้องห่มร้องไห้ขอชีวิต”
ชายร่างสูงใหญ่ข้างเหอจิ่วตะโกนลั่น
“อยู่ในยุทธภพ พบความอยุติธรรม ก็ควรชักกระบี่ช่วยเหลือ! กระบี่ข้าเล่าไปไหนเสีย?”
หลินซีเพิ่งนึกได้ เมื่อครู่ช่างบุ่มบ่ามเสียจริง ควรแลกมีดจากร้านค้ามาสักเล่มก่อน
