ยามนี้ ในมือพวกเขาบ้างถือกระบี่ บ้างถือดาบโค้ง และบ้างก็ถือทวนยาว
เยี่ยจือชิวเองก็เพิ่งเคยเห็นอาวุธมากมายถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก ยังมีอาวุธแปลก ๆ ที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยพบเห็นอีกด้วย
“พี่น้องทั้งหลาย เตรียมรับมือข้าศึก”
สุยอู่เอ่ยคำสั่ง บุรุษฉกรรจ์ในขบวนต่างเปล่งเสียงคำรามกึกก้อง
พลันปลุกให้หลินซี เหล่าซื่อ และเหล่าอู่ที่กำลังหลับใหลตื่นขึ้นมา
“พี่ใหญ่ เกิดอันใดขึ้น”
หลินซีขยี้ตา มองไปทางขบวนสินค้า
เหล่าซื่อกับเหล่าอู่รีบลุกพรวด มาย่อตัวอยู่ข้างหลินตง มองลอดไปทางนั้น
“มืดตึ๊ดตื๋อเช่นนี้ พวกเขาทำอะไรกัน”
เยี่ยจือซ่งมองไปทางหลินตง เห็นเพียงสีหน้าของเขาแฝงความร้อนใจอยู่บ้าง
“เอ๋ พี่ใหญ่ของข้าอยู่ไหน”
เพิ่งถึงตอนนี้เองที่เยี่ยจือซ่วงพบว่าพี่ใหญ่ของตนไม่อยู่
หลินตงมองพวกเขาทั้งสองอย่างจนใจ หากไร้ขบวนสินค้า เกรงว่าสองคนนี้คงถูกคนปลิดชีพไปนานแล้ว
“อยู่ทางขบวนสินค้าโน่น ดูเหมือนจะมีคนพลัดถิ่นมาปล้น พวกเจ้าสองคนอย่าบุ่มบ่าม คอยดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ก่อน”
“อะไรนะ ปล้น”
“คนพลัดถิ่นรึ”
ทั้งสองมองไปยังหลินตงที่นั่งสงบนิ่งอยู่หน้ากองไฟอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่ตง เหตุใดท่านจึงสงบเยือกเย็นถึงเพียงนี้ ท่านไม่กังวลหรือ......”
“จะมีอะไรให้กังวล คิดว่าคนในขบวนนี้กินหญ้าอย่างนั้นรึ เพียงคนพลัดถิ่นไม่กี่คนยังจัดการไม่ได้ แล้วจะออกเดินทางค้าขายไปไย”
