ยามเที่ยงวัน ขบวนรถมิได้หยุด มีเพียงจอดพักให้หายเหนื่อยชั่วครู่ ปล่อยให้คนขับรถและคนในกองคาราวานได้กินขนมเปี๊ยะหรือเสบียงแห้งง่าย ๆ
หลินซีแสร้งหยิบขนมเปี๊ยะไข่และถุงน้ำที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกจากกระบุง
ทั้งห้าคนหาที่เงียบ ๆ นั่งลงกิน
“เอ๊ะ ขนมเปี๊ยะนี่ยังร้อนอยู่หรือ”
เยี่ยจือซ่วงประหลาดใจมองไปยังหลินซี
“ใช่แล้ว หยิบออกมาจากถุงสารพัดนึก ใส่เข้าไปอย่างไร หยิบออกมาก็เป็นอย่างนั้น” หลินซียิ้มแล้วกัดขนมเปี๊ยะไข่ในมือ
นี่นางทำไว้ล่วงหน้าตอนอยู่ที่บ้าน ใส่หอมป่า ไข่ และน้ำมันหมู กินแล้วหอมนุ่มอร่อยยิ่งนัก
“เช่นนั้นขากลับหากพวกเราซื้อเกวียนเทียมลามาสักคัน จะใส่ลงในถุงสารพัดนึกได้หรือไม่”
จู่ ๆ เยี่ยจือซ่งก็นึกถึงล่อของบ้านพี่ใหญ่ขึ้นมา
หลินซีเองก็ไม่แน่ใจ นางไม่รู้ว่าหากนำล่อใส่เข้าไปในมิติจะรอดชีวิตหรือไม่ ก่อนหน้านี้นางเคยลองใส่ไก่ป่าและเป็ดป่า
ย้ายจากหุบผาเล็กไปยังเล้าไก่ในเรือนหุบเขา ก็ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม
ไม่รู้ว่าสัตว์มีชีวิตอื่นจะเก็บไว้ได้นานเพียงใด ต้องกลับไปลองถึงจะรู้
“ข้าเองก็ไม่รู้ กลับไปค่อยลองดู”
เยี่ยจือชิวรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง “รู้งี้ตอนนั้นให้เจ้านำล่อของบ้านเราติดตัวไปด้วยก็ดี เผื่อจะมีประโยชน์”
“มีล่อมาพวกเราเองก็หาชิงโจวไม่เจอ ทางนี้เจ้ารู้ทางหรือข้ารู้ทางกันเล่า เอาล่ะ อย่าคิดมากเลย ติดตามกองคาราวานไปอย่างสงบปลอดภัยที่สุด” หลินตงปลอบพวกเขา
