ใกล้เที่ยงวันเต็มทีแล้ว ขบวนเกวียนหยุดเดินทางเป็นระยะ ๆ ในที่สุดก็มาถึงเมืองชื่ออิ๋นโจวได้หลังเที่ยงวัน
“พี่ใหญ่ เมืองอิ๋นโจวกับชิงโจว ที่ไหนใหญ่กว่ากัน?”
หลินซีมองประตูเมืองสูงตระหง่านด้วยความสนอกสนใจ มันใหญ่กว่าที่อำเภอฟางเท่าตัว
“ย่อมเป็นชิงโจวใหญ่กว่า! เทียบที่นี่กับชิงโจวก็เหมือนเทียบอำเภอฟางกับอำเภอชิงเหอ”
หลินตงเคยมาเก็บเงินที่นี่หลายหน จึงไม่ใช่คนแปลกถิ่น
“แล้วกองคาราวานจะเข้าเมืองหรือไม่?”
เยี่ยจือซ่งมองกองคาราวานที่หยุดอยู่ด้านหน้าแล้วถามหลินตง
“คงไม่เข้าเมือง เมื่อเข้าเมืองต้องตรวจสอบสินค้าและเทียบบัญชีรายชื่อ เรื่องพวกนี้กว่าจะเสร็จก็สองยาม ไม่คุ้มเสียเวลา”
หลินตงส่ายหน้า เถ้าแก่กองคาราวานไม่โง่พอจะมาเสียเวลาเปล่า ๆ ที่นี่
เยี่ยจือชิวเห็นสุยอู่เดินมาแต่ไกลก็รีบกระโดดลงจากรถม้า
“น้องเยี่ย ข้ากับเถ้าแก่ต้องเข้าเมืองไปจัดการธุระ กองคาราวานจะหยุดที่สถานีพักม้าข้างหน้าสองยาม หากพวกเจ้าอยากไปเดินในเมืองอิ๋นโจวก็ให้รีบไป อย่าให้เสียเวลาออกเดินทางก็พอ”
สุยอู่กล่าวจบก็ประสานมือคารวะหลินตงแล้วจากไป
หลินตงมองเยี่ยจือชิวกับพวก “พวกเจ้าอยากไปเดินเล่นหรือไม่?”
“ได้หรือ?”
เหล่าซื่อกับเหล่าอู่ดูท่าทางรอไม่ไหว เมืองใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยไปก็คืออำเภอฟาง
นี่ใหญ่กว่าอำเภอฟางเท่าตัว พวกเขาย่อมอยากไปดู
