“ผู้การกู่ ตอนนี้ตำแหน่งของคุณคือผู้การกองพลผสมที่ 7 หน้าที่ของคุณคือบังคับบัญชาทหาร ฝึกฝน และเตรียมพร้อมรบ ไม่ใช่มาที่เขตทหารเพื่อซักถามการตัดสินใจ!”
น้ำเสียงของชีหงซานเย็นเยียบราวกับน้ำค้างยามเช้าในดินแดนใต้ กระแทกใส่กลางใจของกู่เจิ้นซานกับเหล่าตู้เต็มแรง
“ไม่ว่าหลินจ้านจะเป็นวีรบุรุษแค่ไหน เขาก็ปลดประจำการไปแล้ว”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเปลี่ยนประเด็น “ส่วนกิจการทหารผ่านศึก ย่อมเป็นหน้าที่ของกรมกิจการทหารผ่านศึก ขั้นตอนที่ควรดำเนินการจะไม่ขาดไปแม้แต่ขั้นเดียว”
“แต่ท่านผู้บัญชาการ...” เหล่าตู้ร้อนใจจนหลุดปาก “หลินชิงชิงไม่ได้ดูเหมือนผู้ป่วยจิตเวชเลย! ตอนนั้นพวกเราได้ยินเธอตะโกนจากหน้าห้องผู้ป่วย เธอมีสติดี แถมยังพูดได้ชัดเจนมาก!”
“เหล่าตู้!” กู่เจิ้นซานเอ่ยปรามเสียงต่ำ ตัดบทเขา
เหล่าตู้ชะงัก อ้าปากเหมือนจะพูดต่อ แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง แววตายังคงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยอมรับ
กู่เจิ้นซานสูดหายใจลึก ๆ สงบอารมณ์ แล้วหันกลับไปมองชีหงซานอีกครั้ง
“ท่านผู้บัญชาการ ผมรู้ว่าเขตทหารมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของตัวเอง และผมก็ไม่เคยกล้าขัดคำสั่ง แต่หลินจ้านเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตผม เป็นสหายเก่าของพวกเราในกองพลผสมที่ 7 ตอนนี้น้องสาวของเขาถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม พวกทหารเก่าอย่างเราจะยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้จริงหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่จัดการ แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย” ชีหงซานตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“อีกอย่าง สถานการณ์ของหลินชิงชิงมีเอกสารทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญรองรับ รายงานของแพทย์ระบุไว้ชัดเจนว่าเธอมีอารมณ์แปรปรวน พฤติกรรมก้าวร้าว และมีแนวโน้มจะทำร้ายผู้อื่นในระดับสูงมาก”
