มิเกลบดปลายซิการ์ลงในที่เขี่ยบุหินออบซิเดียน ก่อนพลิกข้อมือ เผยให้เห็นนาฬิกาโรเล็กซ์ประดับเพชรเรือนหนึ่ง
เข็มนาฬิกาเคลื่อนไปอย่างไร้เสียง ราวกับมีดที่จ่ออยู่ตรงลำคอของทุกคน
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องอัลเฟรโดที่มีเหงื่อซึมตรงขมับ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับขัดออกมาจากรางเหล็ก “สิบหกชั่วโมง”
“พะ...พี่ใหญ่ครับ?” อัลเฟรโดพูดติดขัด
“ภายในสิบหกชั่วโมง ส่งที่อยู่ของคนคนนี้มาให้ฉัน” มิเกลใช้นิ้วดีดรูปถ่ายบนโต๊ะเบา ๆ
“ฉันจะไปพาตัวเขามาด้วยตัวเอง...” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วดึงปลายแขนเสื้อให้เรียบร้อยอย่างเกียจคร้าน
“ถ้าหาไม่เจอ ก็เอาหัวตัวเองใส่ถุงมาวางไว้หน้าประตูห้องฉัน”
อัลเฟรโดราวกับถูกฟ้าผ่า พยักหน้ารัว น้ำเสียงสั่นเครือ “ได้ครับ ได้! ผมจะไปสืบเดี๋ยวนี้! ไปเดี๋ยวนี้เลย!”
เขาเดินโซเซแทบทรงตัวไม่อยู่ รีบล่าถอยออกจากห้องประชุมใหญ่ มือที่ผลักประตูยังสั่นไม่หยุด
สองฟากโต๊ะประชุม ผู้มีอิทธิพลระดับหัวแถวของเม็กซิโกซิตีเจ็ดแปดคนสบตากัน
เสียงซุบซิบแผ่วเบาดังราวกับลิ้นงูเลื้อยเข้าออกใต้โต๊ะ
“แม่งเอ๊ย กล้าซ่อนคนของมิเกลด้วยเหรอ? ไอ้หมอนี่เบื่อชีวิตแล้วหรือไง?”
“ใครให้ความกล้ามันวะ? คิดว่าพอเกาะขาเจ้าของธุรกิจใหญ่สักสองสามคนแล้วจะไม่รู้ว่าใครเป็นใหญ่เป็นโตหรือไง?”
“หึ อุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของอัลเฟรโด มิเกลจะมองไม่ออกได้ยังไง? ถ้าคราวนี้มันพลาดท่า... หึ ๆ”
“พวกเราก็ทำเป็นไม่เห็นไปแล้วกัน คอยดูว่าใครจะไปเก็บกวาดแทนมัน”
