“เปิดคลิป”
สองคำนั้นหล่นลง จอภาพดับวูบแล้วสว่างขึ้นทันที
เสียงอึกทึกในห้องประชุมราวกับกระแสไฟที่ถูกตัดขาด พลันเงียบสนิทในชั่วพริบตา
แม้แต่เสียง “หวือ——” จากช่องลมเครื่องปรับอากาศก็ยังดังแหลมบาดหูขึ้นมา
มีนายทหารเพียงไม่กี่คนที่อดเหลือบมองชีหงซานไม่ได้ แอบสังเกตว่าหลังมือยังสั่นอยู่หรือไม่ จังหวะหายใจยังติดขัดหรือเปล่า—พวกเขากลัวว่าเขาจะเกิดอาการกำเริบขึ้นมาอีก
ภาพหยุดนิ่งอยู่ในห้องประชุมที่เรียบง่ายและปิดมิดชิดห้องหนึ่ง
ไฟบนเพดานออกโทนเย็น นาฬิกาแขวนผนังชี้เวลา “22:13” บนโต๊ะเป็นแผ่นไม้เก่าที่ขอบมุมสึกจนขาว
กล้องอยู่มุมขวาด้านบนท้ายห้อง ถ่ายจากมุมสูงเอียงลงมา เห็นใบหน้าด้านข้างกับต้นคอของคนที่นั่งเรียงกันเป็นแถว—และเงาหลังของคนคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะยาว
เงาหลังนั้นนั่งตัวตรง ไหล่กว้างผึ่งผาย สวมสูทที่ตัดเย็บพอดีตัว แสงสะท้อนจากพนักเก้าอี้หนังหลังต้นคอของเขา
เผยให้เห็นแนวโหนกแก้มราง ๆ—แต่ไม่เคยเห็นใบหน้าตรง ๆ เลย
มือขวาของเขากำปากกาเซ็นชื่อสีเงินเทา เคาะโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่า
เบาและสม่ำเสมอ “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ราวกับเคาะลงบนกระดูกสันหลังของทุกคนในห้อง
เสียงในคลิปชัดเจน เสียงก้องแทบไม่มี ช่องว่างใต้ประตูถูกแถบยางอุดแน่น—นี่คือ “การเจรจาลับ” ที่เตรียมการไว้แล้ว
เงาหลังเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าน้ำเสียงกดดันจนไม่อาจปฏิเสธ
“ฟังฉันให้ดี”
