“พักการประชุมห้านาที”
สิ้นเสียงพิธีกร ไมโครโฟนก็ส่งเสียงซ่าของไฟฟ้าสถิตแทรกขึ้นมา
นายทหารใต้เวทีกำลังจะลุกขึ้นขยับตัว จู่ ๆ ชีหงซานก็ลุกพรวดขึ้นมา——
ร่างทั้งร่างเหมือนสายธนูที่ดีดผึงขึ้นมา ชายหมวกกดต่ำ สายตาคมกริบราวกับใบมีด
เขาไม่พูดอะไร เพียงจ้องตรงไปยังหัวหน้าเฉินจากสำนักงานกำหนดราคา สายตานั้นราวกับตอกอีกฝ่ายติดกับเก้าอี้
หัวหน้าเฉินยืดหลังตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงหนึ่งครั้ง แต่ไม่หลบสายตา
ทั้งสองคนมองกันข้ามห้องประชุม อากาศราวกับเส้นลวดเหล็กที่ถูกขึงตึงจนเกิดเสียงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็น
นายทหารที่อยู่ข้าง ๆ กระซิบกระซาบกันว่า
“ท่านชีจ้องใครอยู่น่ะ?”
“จะใครเสียอีก ก็หัวหน้าเฉินที่เพิ่งพูดว่า ‘หลักฐานมีมูล’ นั่นไง”
“สายตานั่น...จุ๊ ๆ พอประชุมเสร็จคงโดนดีแน่”
“แต่ตอนนี้อยู่ในห้องประชุม ท่านชีจะทำอะไรเกินขอบเขตไม่ได้หรอก”
ในที่สุดชีหงซานก็บังคับตัวเองให้ละสายตากลับมา เขาไม่ได้เดินไปหาหัวหน้าเฉิน และไม่ได้พูดอะไรสักคำ——เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา
แต่การประสานสายตาอันคมกริบเมื่อครู่ ได้สลักคำว่า “ค่อยคิดบัญชีกันหลังประชุม” ลงบนหน้าผากของหัวหน้าเฉินไปแล้ว
เริ่มพักห้านาที
คนจากสำนักงานกำหนดราคาและสำนักงานบริหารงานก่อสร้างทยอยกันออกมา แล้วเลี้ยวเข้าไปในห้องพักข้าง ๆ พอประตูปิดลง ความโกรธที่กดกลั้นไว้ก็พุ่งออกมาราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรง
“แกอยากให้ทุกคนตายหรือไง?!”
หัวหน้าเซี่ย ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานก่อสร้าง คว้าคอเสื้อหัวหน้าเฉิน แล้วกระชากอีกฝ่ายไปกระแทกผนังบุผ้านุ่มอย่างแรง เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบ ๆ
“ดื่มเหล้าปลอมจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือไง? เมื่อวานไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือว่าจะรับมือยังไง? แกขึ้นเวทีไปพูดแค่ว่า ‘หลักฐานมีมูล’ พ่อแกอยู่กลุ่มตรวจการหรือไง?”
“หัวหน้าเซี่ย ใจเย็นก่อน——” มีคนเข้ามาห้าม แต่หัวหน้าเซี่ยสะบัดแขนผลักออกไป “ใจเย็นกับผีน่ะสิ! เมื่อคืนใครคุยโวเสียงดังที่สุด? ‘อยู่ในเกณฑ์ปกติ’ ‘ธรรมเนียมของวงการ’ ‘ตลาดผันผวน’ สามประโยคนี้ไง
หัวหน้าเฉินท่องจนขึ้นใจแล้วแท้ ๆ! แต่พอถึงหน้างานวันนี้ กลับหันมาแทงข้างหลังพวกเราทั้งหมด!”
